MRT เลิกใช้บัตรเติมเงิน เปลี่ยนมาใช้บัตร EMV 100% เริ่ม 1 มิ.ย. 69 นี้

MRT รถไฟฟ้าใต้ดินประกาศเลิกใช้บัตรเติมเงิน MRT / MRT Plus เปลี่ยนมาใช้บัตร EMV แบบ 100% เริ่ม 1 มิ.ย. 69 นี้


ทางเพจ BEM Bangkok Expressway and Metro ได้ประกาศยกเลิกใช้งานบัตรเติมเงิน MRT / MRT Plus ที่ใช้มาอย่างยาวนาน โดยเปลี่ยนมาใช้บัตร EMV แบบ 100% เพื่อให้สอดคล้องกับ “นโยบายตั๋วร่วม” ของภาครัฐใช้บัตรใบเดียวได้จ่ายค่าโดยสารได้ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ รถเมล์ เรือ พร้อมแจ้งรายละเอียดดังนี้

– หยุดการเติมเงินทุกช่องทาง ตั้งแต่ 1 เม.ย. 69
– ไม่สามารถใช้งานบัตร MRT / MRT Plus ได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 69
– เริ่มใช้งาน EMV แบบ 100% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69

บัตร MRT / MRT Plus ที่ใช้อยู่นั้นเป็นบัตรสมาร์ตการ์ดที่ใช้เทคโนโลยี RFID ทำงานผ่านคลื่นความถี่วิทยุ ซึ่งระบบอาจถูกสัญญาณรบกวนได้ง่าย

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่ข้อมูลบนแท็กอาจถูกผู้ไม่ประสงค์ดีลักลอบอ่านหรือดักจับข้อมูล (Skimming) จากระยะไกลได้ หากระบบการเข้ารหัสไม่รัดกุมเพียงพอ รวมถึงข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัว อาจใช้ติดตามข้อมูลการเดินทางโดยที่เจ้าของไม่ทราบได้ การเปลี่ยนมาใช้บัตร EMV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าทำให้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

บัตร EMV คืออะไร?

“EMV” มาจากชื่อองค์กรผู้ร่วมพัฒนามาตรฐานนี้ คือ Europay, Mastercard และ Visa ซึ่งทั้งสามองค์กรเป็นผู้นำด้านระบบการชำระเงินระดับโลก ร่วมกันพัฒนามาตรฐานชิปการ์ดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

บัตร EMV คือ บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่มี ชิปคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กฝังอยู่บนหน้าบัตร เพื่อใช้ประมวลผลข้อมูลธุรกรรมอย่างปลอดภัย ทุกครั้งที่เราใช้บัตร ชิปจะสร้าง “รหัสธุรกรรมแบบใช้ครั้งเดียว (Dynamic Code)” ขึ้นมาใหม่ ทำให้ยากต่อการปลอมแปลงหรือคัดลอกข้อมูลได้เหมือนแถบแม่เหล็ก

ตัวบัตรรองรับการใช้งานหลากหลายทั้ง “แตะจ่าย” (Contactless) หรือ “เสียบบัตร” (Insert) ที่เครื่อง EDC เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการชำระเงินอีกด้วย โดยทั่วไป บัตร EMV แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

  • บัตร EMV แบบ Contactless (แตะจ่าย) ตัวบัตรจะมีสัญลักษณ์คล้าย Wi-Fi ผู้ใช้สามารถ “แตะ” บัตรกับเครื่องรับชำระเงินที่รองรับเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) โดยไม่ต้องเสียบหรือรูดบัตร เหมาะสำหรับธุรกรรมมูลค่าไม่สูง เช่น ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า จ่ายค่าทางด่วน
  • บัตร EMV แบบ Chip & Signature บัตรประเภทนี้ต้อง ซ็นชื่อเพื่อยืนยันตัวตนในทุกธุรกรรม เมื่อชำระเงินพนักงานจะนำบัตรไปเสียบที่เครื่อง EDC และให้ผู้ถือบัตรเซ็นชื่อบนใบเสร็จ จากนั้นจะตรวจสอบลายเซ็นบนใบเสร็จเทียบกับลายเซ็นด้านหลังบัตรเพื่อความถูกต้อง
  • บัตร EMV แบบ Chip & PIN บัตรประเภทนี้ต้องใช้ รหัส PIN (Personal Identification Number) ในการยืนยันตัวตนทุกครั้งที่ทำธุรกรรม ทำให้ใช้งานปลอดภัยมากขึ้น เพราะต้องใช้รหัสลับส่วนตัวในการอนุมัติรายการ

บัตร EMV ที่ใช้งานกับระบบ MRT ได้

  • บัตรเครดิต EMV Contactless VISA & Mastercard : ทุกธนาคาร
  • บัตรเครดิต EMV Union Pay : บัตรเครดิตอิออน-ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม, บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต เคทีซี ยูเนี่ยนเพย์, บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว ยูเนี่ยนเพย์, บัตรเครดิตไอซีบีซี (ไทย) ยูเนี่ยนเพย์
  • บัตรพรีเพด EMV Contactless : Bigpay, กรุงไทย, กรุงศรีอยุธยา, กสิกรไทย และ ไทยพาณิชย์
  • บัตรเดบิต EMV Contactless : UOB, กรุงไทย, กรุงศรีอยุธยา, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์ และ กรุงเทพ
  • บัตร Mangmoom EMV, MRT EMV

ส่วนใครที่มีเงินค้างอยู่ในบัตรโดยสาร MRT / MRT Plus สามารถนำมาขอคืนเงิน (Refund) หรือเปลี่ยนเป็นบัตร Mangmoom EMV ได้ที่สถานี MRT สายสีน้ำเงิน และ สายสีม่วง ตั้งแต่ 1 มี.ค. 69 – 31 ธ.ค. 70 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ https://metro.bemplc.co.th/Legacy-Transition

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...