Laser ID คืออะไร? ไขข้อสงสัยรหัสหลังบัตรประชาชน ก่อนให้ข้อมูลใคร

THE SUMMARY:

กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อมีการเปิดประเด็นการสมัครสมาชิก พรรคการเมืองต้องกรอกข้อมูลบัตรประชาชนพร้อม Laser ID ด้านหลัง หลายคนสงสัยว่า Laser ID นั้นมีประโยชน์อย่างไร ลองไปไขทุกข้อสงสัยกัน

ไขข้อสงสัย Laser ID คืออะไร?

Laser ID คือ รหัสตัวอักษรและตัวเลขที่พิมพ์ด้วยเลเซอร์ไว้ด้านหลังบัตรประชาชนใต้แถบแม่เหล็ก  เป็นรหัสผสม ตัวอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว ตามด้วยตัวเลข 10 หลัก (รวม 12 หลัก)  พิมพ์ด้วยเลเซอร์ ฝังอยู่ในเนื้อบัตร ไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้ง่าย 

ตัวเลขด้านหลังบัตรเป็นเลขรหัสกำกับบัตร ที่กรมการปกครองใช้ในการควบคุมการจ่ายบัตรให้กับเขตและอำเภอต่างๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

รหัสที่ปรากฏด้านหลังบัตรประชาชนแบ่งออกเป็น 3 ชุด โดยแต่ละชุดมีความหมายดังนี้


1. รหัสชุดแรก  ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว และตัวเลข 1 ตัว ใช้ระบุรุ่นของชิปประมวลผลข้อมูลบนบัตร ตามช่วงเวลาที่กรมการปกครองกำหนด

2. รหัสชุดที่สอง เป็นตัวเลขจำนวน 7 หลัก แสดงหมายเลขของกล่องที่ใช้บรรจุบัตรประชาชน ซึ่งกรมการปกครองจัดส่งให้หน่วยงานต่าง ๆ

3. รหัสชุดที่สาม  เป็นตัวเลขจำนวน 2 หลัก แสดงลำดับของบัตรประชาชนภายในกล่องตามรหัสชุดที่สอง

Laser code

ตัวอย่างรหัส: JC1-0002507-15 มีความหมายดังนี้

  • JC1 คือ รุ่นของชิปประมวลผลข้อมูล
  • 0002507 คือ หมายเลขกล่องที่กรมการปกครองใช้บรรจุบัตร (กล่องที่ 2507)
  • 15 คือ บัตรลำดับที่ 15 ภายในกล่องที่ 2507

หน้าที่ของ Laser ID

หน้าที่ของ Laser ID คือ การยืนยันว่าบัตรประจำตัวประชาชนใบนั้นเป็นบัตรที่ออกโดยกรมการปกครองและมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้มีการแจ้งสูญหายหรือสิ้นสภาพ (หมดอายุ)  

ส่วนใหญ่เราจะใช้ Laser ID ยืนยันตัวตนเมื่อลงทะเบียนแอปหรือบริการของรัฐ เช่น แอปราชการต่าง ๆ รวมถึงใช้ประกอบการทำธุรกรรมทางการเงินบางประเภท  ทำหน้าที่เป็นรหัสเสริมสำหรับยืนยันตัวตนเพิ่มเติมว่าผู้ถือบัตรมีบัตรตัวจริงและยังไม่หมดอายุอยู่ในมือ เพิ่มความปลอดภัยมากกว่าการใช้แค่เลขบัตรประชาชน 13 หลักเพียงอย่างเดียว

ส่วนใหญ่การพิสูจน์ตัวตนนั้น ระบบจะทำการส่งข้อมูลเลขบัตรประชนชน เลขหลังบัตรประชนชน (Laser Code) ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ไปเช็คที่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA 

Laser ID API

เนื่องจากหลายบริการออนไลน์นั้นต้องการพิสูจน์ตัวตนมากขึ้น ทางกรมการปกครองจึงได้อำนวยความสะดวกให้หน่วยงานต่างๆ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ด้วยระบบเชื่อมต่อข้อมูล (Application Programming Interface: API) เชื่อมต่อและตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลของภาครัฐได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การตรวจสอบหรือยืนยันข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน

API นี้ถูกออกแบบให้ใช้เพื่อ ตรวจสอบความถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อดึงข้อมูลกลับมาเก็บไว้ ถ้าหากเราดูแผนผังการทำงานของ API นั้นจะเห็นว่า เขาออกแบบ API ให้เป็นระบบ “ถาม–ตอบ” เท่านั้น (Verification Only)

วิธีทำงานแบบง่าย ๆ หน่วยงานผู้ใช้งานต้องส่งข้อมูลเข้าไปเอง (เลขบัตร, ชื่อ–สกุล, วันเกิด, Laser ID) ระบบของกรมการปกครองจะตอบกลับมาเพียง “ตรงกัน (Match)” หรือ “ไม่ตรงกัน (Mismatch/Error)” ไม่มีการส่งข้อมูล Laser ID กลับมาให้จัดเก็บ

มิจฉาชีพเอา Laser ID ไปใช้ประโยชน์อย่างไร?

โดยทั่วไปมิจฉาชีพมักพยายามหลอกขอข้อมูลบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยรูปแบบที่พบได้บ่อยคือ

  • แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ บริษัทสินเชื่อ หรือหน่วยงานที่ดูน่าเชื่อถือ แล้วหลอกให้ผู้เสียหายถ่ายภาพบัตรประชาชนส่งให้ครบทั้งสองด้าน
  • สร้างเว็บปลอมของหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงิน หลอกให้เหยื่อกรอกข้อมูล

เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วน โดยเฉพาะเลขบัตรประชาชนและเลขหลังบัตร (Laser ID) คนร้ายอาจนำไปใช้สมัครเปิดบัญชีออนไลน์ในชื่อของเจ้าของบัตร เพื่อนำไปใช้เป็น “บัญชีม้า” หรือทำธุรกรรมผิดกฎหมายโดยที่เจ้าของบัตรไม่รู้ตัว

กรณีไหนที่ต้องใช้ Laser ID บ้าง?

1) เปิดบัญชี / ทำธุรกรรมการเงินแบบ e-KYC เช่น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ ประกันภัย แพลตฟอร์มลงทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานอย่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ซึ่ง Laser ID ใช้ตรวจสอบกับฐานข้อมูลของ กรมการปกครอง เพื่อป้องกันการปลอมตัว

2) ทำธุรกรรมราชการบางประเภทที่ต้องยืนยันตัวบุคคลจริง เช่น ลงทะเบียนบริการดิจิทัลภาครัฐ การขอเอกสารสำคัญออนไลน์ ระบบที่เชื่อมกับฐานทะเบียนราษฎร

3) ธุรกรรมที่มีผลผูกพันทางกฎหมายสูง เช่น ทำสัญญาทางการเงินมูลค่าสูง ยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรมโอนเงินข้ามประเทศ กระบวนการป้องกันการฟอกเงิน (AML)

กรณีที่ “ไม่ควรขอ” หรือ “ไม่จำเป็นต้องขอ” Laser ID 

ถ้าเป็นกิจกรรมทั่วไป การขอ Laser ID ถือว่าเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น เช่น

1) สมัครสมาชิกเว็บไซต์ทั่วไป สมัครร้านค้าออนไลน์ สมัครข่าวสาร ส่วนการสมัครพรรคการเมือง ตามระเบียบที่กำหนด ใช้สำเนาบัตร ไม่จำเป็นให้เก็บ Laser ID แยกต่างหาก

2) ใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนแบบพื้นฐาน เช่น รับพัสดุ สมัครซิม ทำบัตรสมาชิกทั่วไป หลายกรณีใช้แค่เลขบัตรประชาชน หรือแสดงบัตรตัวจริงก็เพียงพอ

3) เว็บไซต์ที่ไม่มีเกี่ยวข้องกับหน่วยงานทางกฎหมายชัดเจน เช่น เว็บโหวต เว็บลงชื่อสนับสนุน แอปทั่วไปที่ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือหน่วยงานรัฐ การขอ Laser ID อาจเข้าข่าย “เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น” ตามหลัก PDPA

เราควรสำเนาบัตรประชาชนทั้งหน้า-หลังไหม

แม้เลขหลังบัตรเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลการเงินได้ แต่ก็ไม่ควรเปิดเผยสู่สาธารณะ เพราะถ้ามิจฉาชีพรู้เลข 13 หลักคู่กับเลขหลังบัตรก็สามารถใช้ยืนยันว่าบัตรประชาชนใบนั้นเป็นบัตรที่ออกโดยราชการและใช้งานได้จริง ซึ่งเสี่ยงต่อการนำข้อมูลไปใช้กระทำผิดได้

หากมีบางหน่วยงานยืนยันว่าจำเป็นต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ควรพิจารณาความจำเป็นให้รอบคอบ และเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ปิดทับเลข Laser ID ด้านหลังก่อนถ่ายสำเนา เว้นแต่กรณีที่หน่วยงานนั้นมีเหตุผลทางกฎหมายชัดเจนและจำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวจริง ๆ

ดังนั้นการจะให้ข้อมูล Laser ID นั้นเราต้องคิดให้รอบคอบ ให้เฉพาะหน่วยงานที่จำเป็นจริง ตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวว่าเก็บข้อมูลอย่างไร หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะทั้งการส่งผ่านแชตหรือโซเชียลมีเดีย

ที่มา dopa i.industry

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...