
Intel ประกาศวางจำหน่ายแล็ปท็อปที่ใช้ชิปเซต Intel Core Ultra Series 3 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ (24 มี.ค.) โดยร่วมมือกับแบรนด์คอมพิวเตอร์ชั้นนำ มุ่งเน้นการประมวลผล AI บนตัวเครื่อง
การเปิดตัวครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากการเปิดตัวชิปเซตภายใต้โค้ดเนม Panther Lake ในงาน CES 2026 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้บริโภคชาวไทยสามารถหาซื้อแล็ปท็อปรุ่นใหม่จากผู้ผลิตแล็ปท็อปต่าง ๆ ในไทย ได้แก่ Acer, Asus, Dell, HP, Lenovo และ MSI ผ่านตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีทั่วประเทศ ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่รุ่นบางเบา ไปจนถึงรุ่นประสิทธิภาพสูงสำหรับกลุ่มครีเอเตอร์และเกมเมอร์ ที่จะทยอยวางจำหน่ายตลอดปี 2569
ชิปเซต Intel Core Ultra Series 3 ผลิตด้วยเทคโนโลยี Intel 18A โดยรวมหน่วยประมวลผลกลาง (CPU), หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และหน่วยประมวลผลระบบประสาทเทียม (NPU) ไว้ในชิปเดียว Intel กล่าวว่าการออกแบบดังกล่าว จะช่วยเร่งการประมวลผล AI บนตัวเครื่อง (on-device) เพื่อรองรับการทำงานร่วมกับผู้ช่วย AI และระบบสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ดี

โดยชิปเซต Intel Core Ultra Series 3 มาพร้อมการอัปเกรดสถาปัตยกรรมภายในหลายอย่าง โดยมีหน่วยประมวลผลซีพียูสูงสุด 16 คอร์ ซึ่งแบ่งการทำงานเป็น P-core สถาปัตยกรรม Cougar Cove และ E-core สถาปัตยกรรม Skymont ผสานการทำงานเข้ากับการ์ดจอสถาปัตยกรรมใหม่ Xe3 ที่มีประมวลผลกราฟิกสูงสุด 12 คอร์ (Xe-cores) รวมถึงการติดตั้ง NPU เจเนอเรชันที่ 5 เพื่อให้ประมวลผลแบบเบ็ดเสร็จในชิปเดียว
Intel ได้โชว์ว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Intel Core Ultra Series 3 นั้น ได้เป็น AI PC ที่ผ่านมาตรฐาน Copilot+ PC อย่างเต็มรูปแบบ โดยระบุว่าชิปเซตซีรีส์นี้ มีพลังการประมวลผลรวมทุกภาคส่วนสูงสุดถึง 180 TOPS (ประกอบด้วย NPU 50 TOPS และ GPU 120 TOPS) ซึ่งช่วยให้สามารถรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) บนตัวเครื่องได้สูงสุด 7 หมื่นล้านพารามิเตอร์ ทั้งนี้ ทางแบรนด์เคลมว่าการประมวลผล LLM บน NPU นั้น สามารถทำความเร็วได้เหนือกว่าชิปคู่แข่งอย่าง AMD HX 370 กว่า 4.3 เท่า และเร็วกว่าชิปเซตรุ่นก่อนหน้าของตนเองอย่าง Intel Core Ultra 285H กว่า 2 เท่า

สำหรับประสิทธิภาพการทำงานทั่วไป และการจัดการพลังงาน Intel ระบุว่าชิปเซตรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อแล็ปท็อปกลุ่มบางเบาโดยเฉพาะ โดยอ้างอิงตัวเลขการใช้งานแบตเตอรี่ ที่เคลมว่าสามารถชม Netflix ได้ยาวนานสูงสุดถึง 27 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังเคลมถึงประสิทธิภาพโดยรวมที่ก้าวกระโดดจากรุ่นก่อนหน้า ทั้งความเร็วซีพียูที่เพิ่มขึ้น 60% การประมวลผลกราฟิกที่เร็วขึ้น 77% และประสิทธิภาพด้าน AI ที่สูงขึ้น 2 เท่า


นอกจากแกนประมวลผลหลักแล้ว ชิปเซตซีรีส์นี้ ยังรองรับหน่วยความจำ LPDDR5x ขนาดสูงสุด 96GB และรองรับมาตรฐานหน่วยความจำรูปแบบใหม่อย่าง LPCAMM อีกด้วย ส่วนเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ ก็ให้มาครบตามมาตรฐานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi 7, Bluetooth 6, พอร์ต Thunderbolt 4 และช่องเชื่อมต่อความเร็วสูง PCIe Gen 5โดย Intel วางแผนว่าชิปเซตรุ่นนี้ จะถูกนำไปใช้ในแล็ปท็อปกว่า 200 รุ่นทั่วโลก
นายจอร์จ ชาโก ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสตราเลเซียของอินเทล กล่าวว่า Intel Core Ultra Series 3 ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน Client Computing ของเรา โปรเซสเซอร์รุ่นนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Intel ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ทั้งในด้านประสิทธิภาพการประมวลผล ขีดความสามารถด้าน AI และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และในวันนี้ พันธมิตร OEM ของเรา พร้อมส่งมอบแล็ปท็อปเหล่านี้ ถึงมือผู้ใช้ในประเทศไทยแล้ว จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมสัมผัส AI PC ยุคใหม่ไปพร้อมกัน






