
โซนี่เปิดตัวกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสตระกูล alpha รุ่นใหม่ ในเจนที่ 5 กับ ‘Sony a7 V‘ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กับสเปกใส่เต็มแบบไม่ยั้ง ทั้งเซนเซอร์ใหม่ Partially Stacked ทำงานได้ไวกว่าเดิม มอบความเร็วที่เหนือกว่าทั้งระบบโฟกัส, ถ่ายรัวระดับ 30fps ไม่มี blackout, วิดีโอ 4K 60p แบบไม่ครอป และโหมด pre-burst สูงสุด 1 วินาทีที่หลายคนรอคอย พร้อมจอพับได้ 4 แกน เหมือนในรุ่นเรือธง จนหลายคนให้คำจำกัดความว่า “นี่คือ mini a1” เลยทีเดียว
ในครั้งนี้ทีมงาน CEEi เราก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยบทความนี้จะมาร่วมแชร์ความประทับใจว่าเจ้า a7 V ทำให้เรารู้สึกว้าวอย่างไรบ้าง แล้วมันเป็นการเซตมาตรฐานใหม่ของกล้อง basic อย่างไร ไปหาคำตอบได้พร้อมกันเลยครับ !

สัมผัสแรกของเจ้า a7 V เริ่มด้วยรูปร่างหน้าตามาทรงเดียวกับรุ่นพี่ a7R V เลยครับ แต่ที่ว้าวมากกว่าคือโซนี่เขาเอาจอพับได้แบบ 4 แกน ใส่มาให้ในกล้องฟูลเฟรมรุ่นเริ่มต้นด้วย ใช้งานสะดวกมากขึ้นทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ เหมือนที่รุ่นพี่ a1 II, a9 III และ a7R V มีกัน และน่าจะเป็นอีกจุดที่ชาวหมีอยากได้ และอยากอัปเกรดเป็นรุ่นนี้กัน (ผู้เขียนชอบจอแบบนี้มาก ยิ่งภาพนิ่งที่ต้องใช้มุมต่ำสะดวกสุด ๆ แล้ว)

แน่นอนว่าโซนี่เขาก็ปรับปรุงเรื่องการจับถือมาเรื่อย ๆ จนในเจนที่ 5 กริปใหญ่เต็มไม้เต็มมือจับถือได้ถนัด ไม่ต้องหาเคสหรืออุปกรณ์เสริมแบบในเจนก่อน ๆ กันแล้ว จะถือเลนส์ช่วงเทเลมีน้ำหนักมากก็ไม่ใช่ปัญหา

อีกจุดที่ค่อนข้างชอบ นอกจากพอร์ต HDMI แบบ Full-size แล้ว ก็มีพอร์ต USB-C ที่ให้มาถึง 2 ช่อง ที่เป็นได้ทั้งพอร์ตจ่ายพลังงาน และส่งข้อมูล ใช้งานกันได้แบบยาว ๆ ซึ่งเราขอเก็บไว้พูดในหัวข้อต่อ ๆ ไปว่ามันมีประโยชน์ในการใช้งานจริงแบบใดบ้าง ในขณะที่รุ่นนี้รองรับ CFexpress Type A 1 ช่อง และ SD Card UHS-II อีก 1 ช่อง และแบตเตอรี่ NP-FZ100 เช่นเดียวกับตระกูล Alpha รุ่นอื่น ๆ
ความดีงามของเจ้า a7 V ต้องยกให้เซนเซอร์ฟูลเฟรม 33 ล้านพิกเซล รุ่นใหม่ Partially Stacked ที่ให้ความเร็วที่มากกว่าเดิม แต่ก็ยังให้ Dynamic Range ที่ดีเยี่ยมไปพร้อม ๆ กัน ผสานเข้ากับชิป Bionz XR2 ที่เป็นการรวมชิปประมวลผลเข้ากับชิป AI ในตัวเดียว ทำให้ทั้งประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมไปถึงยกระดับคุณภาพของภาพ ไม่ว่าจะสีสันที่ดีขึ้น White Balance ที่แม่นยำกว่าเดิม และระบบโฟกัส

จากการทดสอบภายในงาน พบว่าแม้นางแบบหรือวัตถุจะมีการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อน หรือสวมแว่นที่บดบังดวงตา ตัวกล้องก็ยังสามารถตรวจจับและโฟกัสที่ดวงตาได้อย่างแม่นยำ แม้ในจังหวะที่แบบหันหลัง ระบบยังคงแยกแยะตัวแบบและล็อกโฟกัสที่ศีรษะได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีอาการหลุดโฟกัสให้เห็น เรียกโฟกัสได้แม่นยำหายห่วง เป็นจุดแข็งของค่ายนี้เขาจริง ๆ
หรือในงานอีเวนต์ที่มีคนมากมาย ตัวกล้องยังมีเมนูจดจำใบหน้าให้เราได้ใช้งาน มั่นใจได้ว่าโฟกัสไม่ผิดคนอย่างแน่นอน เรียกว่าสะดวกสุด ๆ


ด้วยเซนเซอร์ใหม่ และชิปที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น บวกกับระบบโฟกัสที่แม่นยำ ทำให้เจ้ากล้องรุ่นเริ่มต้นตัวนี้สามารถถ่ายภาพระดับ 30fps แบบไม่มี blackout พร้อมวัดแสง และโฟกัสให้ใหม่ถึง 60 ครั้งต่อวินาที เรียกว่าถ่ายรัวจนเอาภาพนิ่งมาต่อเป็นวิดีโอกันได้เลย ซึ่งบางรุ่นการจะถ่ายรัวระดับนี้อาจจะต้องลดสเปกเหลือแค่ JPEG เท่านั้น แต่ a7 V ถ่าย RAW 14-bit เต็มความละเอียดได้ชิล ๆ โดยมี buffer อยู่ที่ 95 ภาพ


กับอีกโหมดใหม่อย่าง pre-capture ที่ช่วยให้สามารถ่ายภาพล่วงหน้าก่อนกดชัตเตอร์ได้ถึง 1 วินาที ใครที่เคยถ่ายวัตถุเคลื่อนไหวไว ๆ อย่าง นก จะทราบกันดีกว่า จังหวะการกดชัตเตอร์ให้ทันสำคัญเพียงใด แต่เมื่อมีโหมดนี้ใช้ร่วมกับพลังระดับ 30fps แล้ว การจะเก็บทุกโมเมนต์ก็เป็นเรื่องง่ายขึ้น กดชัตเตอร์ช้าไป 1 วินาที ตัวกล้องก็สามารถจัดการให้ได้

รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับวิดีโอ 4K/60p แบบไม่มีครอป ที่ oversampled จาก 7K ความละเอียดสูง หรือใครอยากถ่ายสโลวโมชันก็รองรับถึง 4K/120p (Crop 1.5x) รวมไปถึงฟีเจอร์ AI ใส่มาให้แน่น ๆ ทั้ง AI Auto Framing ที่ช่วยซูมหรือแพนครอปภาพให้แบบอัตโนมัติ เหมือนมีผู้ช่วยคอยเลี้ยงเฟรมอยู่ตลอดเวลา มาพร้อมกับโหมดใหม่ ‘Framing Stabilizer’ ล็อกกันสั่นติดตามวัตถุแม้ตัวกล้องจะเคลื่อนที่อยู่ก็ตาม

ซึ่งในงานเรายังได้ทดสอบกันสั่นแบบ Dynamic Active ที่เหมือนถือถ่ายบนกิมบอล แต่เป็นการใช้กันสั่นดิจิทัลเขามาช่วย ตัวอย่างดังคลิปข้างล่างนี้ (ต้องขออภัยงานวิดีโอผู้เขียนไม่ถนัดเท่าไรนัก แต่เป็นการทดสอบคร่าว ๆ ให้ดูกัน ว่ากันสั่นใช้งานได้ดีแค่ไหนแม้คนถ่ายไม่ชำนาญก็ตาม…)
แน่นอนว่าสำหรับสายเกรดสี รุ่นนี้รองรับทั้ง S-Log3, S-Cinetone อันเป็นเอกลักษณ์ และยังทำงานร่วมกับ LUT ที่ import ใช้งานเองได้ กับระบบเสียง 4 channel แบบ 24-bit เลยทีเดียว //เหลือแต่ Open Gate ถ้าให้มาในรุ่นนี้ด้วยก็จะดีมาก ๆ…
อีกสิ่งที่เจ้า a7 V ทำได้ดีมาก ๆ คือระบบระบายความร้อนแบบใหม่ ที่ใช้งานได้แบบไม่ต้องกลัว overheat กันเลยทีเดียว ยิงไลฟ์ไปด้วย record ไปด้วยก็ยิงได้ยาว ๆ ทะลุ 6-7 ชม. (ทดสอบกันแบบสด ๆ ในงาน) แถมแบตก็ไม่ลด เพราะพอร์ต USB-C ทำหน้าที่ได้ทั้งส่งไฟเลี้ยง และส่งข้อมูลในเส้นเดียว แม้อากาศในฮอล์จะไม่ถึงขั้นเย็น แต่ตัวเครื่องก็ไม่รู้สึกได้ถึงความร้อน หรืออุ่นลวกมือแต่อย่างใด (จนจบงานที่เกือบ 8 ชม. ตัวกล้องก็ยังชิล ๆ ไปต่อได้อีกยาว ๆ)
ทางคุณ Asayhi Channel ยังเผยผลทดสอบเอาเจ้า a7 V ออกไปใช้งานจริง ที่ 4K 60p แม้แต่แดดเมืองไทยก็ยังสามารถถ่ายได้กันยาว ๆ จนแบตหมดเลยทีเดียว เรียกว่าหายห่วงเรื่องความร้อนแบบไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอย่างพัดลมกันเลย (แล้วถ้าทำได้ขนาดนี้ Cinema Line ในอนาคตยังจำเป็นต้องใส่พัดลมไหมนะ !??)

Sony a7 V เรียกว่าเป็นการเซตมาตรฐานใหม่ของกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสระดับเริ่มต้นอย่างแท้จริง โดยมีราคาในไทยเริ่มต้นเฉพาะบอดี้อยู่ที่ 89,990 บาท สำหรับใครกำลังหากล้องระดับเริ่มต้นที่ให้สเปกมาแบบจุใจ และมีเลนส์ในระบบให้เลือกหลากหลาย รุ่นนี้เรียกว่าเหมาะมากทีเดียว
สุดท้ายต้องขอบคุณทาง โซนี่ ไทย ที่เชิญทางทีมงาน CEEI ไปร่วมเปิดตัว Sony a7 V ในครั้งนี้ด้วยครับ





