
หนุ่มอังกฤษเผยประสบการณ์ถูกระบบจดจำใบหน้าของ Sainsbury ซูเปอร์มาร์เก็ตระบุตัวผิดพลาด กลายเป็นอาชญากรจนต้องถูกไล่ออกจากร้าน

วอร์เรน ราจาห์ กำลังซื้อของตามปกติกลับถูกพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต Sainsbury’s สาขา Elephant and Castle จำนวน 3 คนเดินเข้ามาหา พร้อมสั่งให้ออกจากร้านและทิ้งสินค้าที่กำลังเลือกซื้ออยู่ หลังจากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นบุคคลที่ระบบจดจำใบหน้าชี้ว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
ซึ่งระบบดังกล่าวดำเนินการโดย Facewatch บริษัทเอกชนที่ให้บริการเทคโนโลยีเฝ้าระวังแก่ร้านค้าปลีกหลายแห่งในสหราชอาณาจักร พนักงานหนึ่งในนั้นดูเหมือนจะเชื่อว่าเขาคือบุคคลในภาพที่ปรากฏบนอุปกรณ์ของร้าน
ราจาห์เล่าว่า พนักงานไม่สามารถอธิบายเหตุผลที่ชัดเจนได้ เพียงแนะนำให้เขาสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อติดต่อ Facewatch เมื่อเขาติดต่อไปยังบริษัทดังกล่าว เขาถูกขอให้ส่งภาพถ่ายของตัวเองและสำเนาหนังสือเดินทาง
ก่อนที่ Facewatch จะยืนยันในภายหลังว่าเขาไม่มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลแต่อย่างใด คาดว่าสาเหตุอาจเกิดระบบ Facewatch ตรวจจับพบบุคคลอื่นในร้าน แต่พนักงานเข้าใจผิดคิดว่าราจาห์คือบุคคลนั้น

ราจาห์เปรียบเหตุการณ์นี้ว่าเหมือนภาพยนตร์ Minority Report “สิ่งที่ทำให้ผมโกรธมากคือ ผมไม่ควรต้องพิสูจน์ว่าผมบริสุทธิ์ ผมไม่ควรถูกปฏิบัติเหมือนเป็นอาชญากรเพียงเพราะความผิดพลาดของระบบ”
เขายังแสดงความกังวลว่าอาจมีข้อมูลถาวรที่เชื่อมโยงเขากับอาชญากรรมในระบบเฝ้าระวัง รวมถึงตั้งคำถามถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลที่ส่งให้ Facewatch ถูกจัดเก็บหรือถูกลบไปแล้วหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง
ด้าน Sainsbury’s ออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้ติดต่อราจาห์เพื่อขอโทษร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของเทคโนโลยีจดจำใบหน้า แต่เป็นกรณีที่พนักงานเข้าหาลูกค้าผิดคน ส่วน Facewatch เองยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความผิดพลาดของพนักงานในร้าน ทีมคุ้มครองข้อมูลของบริษัทได้ตรวจสอบแล้วว่า ราจาห์ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูล และไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ ที่มาจากระบบของ Facewatch
ที่มา theguardian





