ในตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลาง (Mid-range) มักจะมีการแข่งขันกันที่สเปกกล้องหรือดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว แต่สำหรับ HONOR X9d ดูเหมือนจะฉีกแนวทางออกไป ด้วยการวางตำแหน่งตัวเองเป็นสมาร์ตโฟนที่เน้น ‘ความทนทาน‘ และ ‘ระยะการใช้งาน’ เป็นหัวใจหลัก โดยพยายามลบภาพจำเดิม ๆ ของมือถือกันกระแทกที่มักจะมีขนาดใหญ่เทอะทะ ให้กลายมาเป็นมือถือดีไซน์พรีเมียมที่ใครก็ถือได้
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมว่า HONOR X9d นี้ การใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร และมีจุดไหนที่ผู้ซื้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจกันบ้าง
จุดขายแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือความทนทาน HONOR เลือกใช้เทคโนโลยี HONOR Ultra-Bounce Anti-Drop Technology 3.0 ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างภายใน ให้มีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ผสานกับการใส่วัสดุซับแรงกระแทกไว้รอบตัวเครื่อง และใต้แผงหน้าจอ
จากการทดสอบตามมาตรฐาน พบว่ารุ่นนี้รองรับแรงกระแทกจากการตกได้สูงถึง 2.5 เมตร ซึ่งสูงกว่าระยะการใช้งานทั่วไป (ระดับอกหรือหู) ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ กระจกหน้าจอยังเป็นแบบ Ultra-Deep Tempered Glass ที่เสริมเกราะป้องกันระดับนาโน ช่วยลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วน และการแตกร้าวจากการกระแทกตรง ๆ ได้ดี การันตีด้วยใบรับรองระดับ 5 ดาวจาก SGS
แม้จะเน้นความถึก แต่ตัวเครื่องกลับมีความบางเพียง 7.76 มม. ซึ่งถือว่าบางมากเมื่อเทียบกับความจุแบตเตอรี่ที่ให้มา โดยสี Reddish Brown จะให้ผิวสัมผัสแบบหนัง (Vegan Leather) ช่วยให้จับกระชับมือและไม่เป็นรอยนิ้วมือ ส่วนขอบเครื่องแม้จะดูสวยงาม แต่ใช้วัสดุที่มีความเงาและเป็นพลาสติก จึงอาจเกิดรอยนิ้วมือได้ง่ายในจุดนี้
ปกติเราจะคุ้นเคยกับมาตรฐาน IP68 แต่ HONOR X9d ขยับความทนน้ำและฝุ่นไปที่ IP69K ตัวเลข ‘9K’ ด้านหลังนี้มีความสำคัญมากสำหรับสายลุย เพราะมันหมายถึงความสามารถในการทนต่อ ‘แรงดันน้ำสูง’ และ ‘อุณหภูมิน้ำสูง’
นั่นหมายความว่า การโดนน้ำร้อนลวก (อุณหภูมิ 80-85 องศาเซลเซียส) หรือการโดนฉีดล้างด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง (100 บาร์) จะไม่ทำให้เครื่องเสียหาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในสมาร์ตโฟนระดับราคานี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับไรเดอร์ ช่าง หรือคนที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้
ไฮไลท์ที่แท้จริงของรุ่นนี้คือแบตเตอรี่ Silicon-Carbon Gen 3 ความจุ 8,300 mAh ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้จุแบตเตอรี่ได้เยอะขึ้นในขนาดก้อนเท่าเดิม
ด้วยความจุระดับนี้ การใช้งานทั่วไป เช่น เล่นโซเชียล ถ่ายรูป หรือดูวิดีโอ สามารถอยู่ได้เกิน 1 วันสบาย ๆ หรืออาจลากยาวได้ถึง 2 วัน สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องเปิดหน้าจอตลอดเวลา เช่น การเปิด GPS นำทาง เครื่องนี้ตอบโจทย์ได้ตรงจุด เพราะไม่ต้องคอยเสียบสายชาร์จคาไว้บนรถมอเตอร์ไซค์บ่อย ๆ
ส่วนการชาร์จกลับ รองรับ 66W HONOR SuperCharge แม้ตัวเลขวัตต์จะดูสูง แต่ด้วยความจุแบตเตอรี่ที่มหาศาล การชาร์จจาก 0-100% อาจใช้เวลามากกว่ามือถือแบตฯ ปกติเล็กน้อย แต่ในช่วงแรก (0-50%) ระบบจะอัดไฟเข้าได้รวดเร็วเพียงพอต่อการใช้งานฉุกเฉิน
หน้าจอขนาด 6.79 นิ้ว มาพร้อม Refresh Rate 120Hz และความสว่างสูงสุด (Peak Brightness) ที่ 6,000 nits (หรือ 1,800 nits ในโหมด High Brightness) ตัวเลขนี้บ่งบอกว่าการใช้งานกลางแจ้ง แสงแดดจัดๆ หน้าจอจะยังคงแสดงผลได้ชัดเจน ไม่มืดจนมองไม่เห็น
ทางด้านระบบเสียง ลำโพงคู่สเตอริโอที่เร่งความดังได้ถึง 400% ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในที่เสียงดังจอแจ (เช่น ตลาด หรือ ไซต์งาน) เสียงที่ได้มีความดังชัดเจน แต่ในแง่คุณภาพเสียง เมื่อเปิดดังสุดอาจมีการลดทอนรายละเอียดลงบ้างเพื่อแลกกับความดัง
HONOR X9d ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 6 Gen 4 ทำงานร่วมกับ RAM 12GB และ ROM 256GB
ชุดกล้องหลังประกอบด้วย:
ซึ่ง HONOR ใส่ลูกเล่น AI มาช่วยแต่งภาพเยอะพอสมควร เช่น AI Remove Reflection (ลบเงาสะท้อนกระจก) หรือ AI Face Tune ที่ช่วยแก้คนหลับตา ซึ่งถือเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ภาพสวยง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแต่งต่อเอง
HONOR X9d ไม่ใช่มือถือที่เน้นความแรงระดับปีศาจ หรือกล้องเทพความละเอียดสูงที่สุดในตลาด แต่มันคือ ‘เครื่องมือที่ไว้ใจได้’
รุ่นนี้เหมาะสำหรับ:
สิ่งที่ต้องแลกมา:
ด้วยราคาเปิดตัว 11,990 บาท พร้อมโปรโมชันของแถมและประกันที่ครอบคลุมทั้งตัวเครื่อง หน้าจอ และแบตเตอรี่ นานถึง 2 ปี ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากสำหรับคนที่มองหาความทนทานเป็นอันดับหนึ่ง
ผู้ที่สนใจสามารถทดลองจับเครื่องจริงและสั่งซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย HONOR ทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์





