OpenAI ซุ่มพัฒนาโซเชียลมีเดียที่ไม่มี “บอต” สมัครใช้งานต้องสแกนม่านตายืนยันตัวตน

THE SUMMARY:

มีรายงานว่า OpenAI ซุ่มพัฒนาโซเชียลมีเดียที่ปราศจาก “บอต” แต่สมัครใช้งานต้องสแกนม่านตายืนยันตัวตนด้วยข้อมูลไบโอเมตริกอย่างการแสกนม่านตา

Forbes รายงานว่า OpenAI บริษัทผู้อยู่เบื้องหลัง ChatGPT และ Sora กำลังพัฒนาเครือข่ายโซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่ที่ตั้งเป้าให้มีแต่ “มนุษย์จริง” ไม่มีบอต AI ปะปน แต่เงื่อนไขสำคัญคือ ผู้ใช้อาจต้องสแกนม่านตาหรือใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกเพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งาน

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับโครงการระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และพัฒนาโดยทีมงานขนาดเล็กไม่ถึง 10 คน แนวคิดหลักคือการสร้างโซเชียลมีเดียที่ทุกบัญชีต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนจริง โดยอยู่ระหว่างพิจารณาวิธีตรวจสอบตัวตน เช่น Face ID ของ Apple หรือการใช้ Orb อุปกรณ์สแกนดวงตาที่พัฒนาโดยบริษัท Tools for Humanity ซึ่ง Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

โครงการนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามล่าสุดของ Altman ในการแก้ปัญหาบอตและเนื้อหาปลอมบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากเทคโนโลยี AI ที่เขาและนักพัฒนาระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรมมีส่วนสร้างขึ้นเอง

ก่อนหน้านี้ Altman เคยพยายามแก้ปัญหานี้มาแล้วในปี 2019 ผ่านโครงการ World (เดิมคือ Worldcoin) ที่มุ่งสร้างระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลระดับโลกสำหรับมนุษย์เท่านั้น โดยใช้ Orb สแกนม่านตาเพื่อสร้างรหัสประจำตัวดิจิทัลที่ไม่ซ้ำกัน ปัจจุบัน World พัฒนาไปเป็นซูเปอร์แอปที่มีทั้งระบบแชตและการชำระเงิน แต่ก็ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการใช้งานและเสียงวิจารณ์เรื่องความเป็นส่วนตัว

จนถึงขณะนี้ มีผู้ผ่านการยืนยันตัวตนด้วย Orb แล้วราว 17 ล้านคน ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายหนึ่งพันล้านคน อีกทั้งการใช้งานยังมีอุปสรรคด้านโลจิสติกส์ ผู้ใช้ต้องเดินทางไปยังจุดสแกนที่มีอยู่เพียง 674 แห่งทั่วโลก โดยในสหรัฐอเมริกามีแค่ 32 แห่ง และส่วนใหญ่อยู่ในรัฐฟลอริดา นอกจากนี้ หลายประเทศยังสั่งระงับหรือสอบสวนเทคโนโลยีดังกล่าวชั่วคราว เนื่องจากกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

แหล่งข่าวระบุว่า โซเชียลมีเดียใหม่ของ OpenAI จะเปิดให้ผู้ใช้สร้างและแชร์คอนเทนต์ที่สร้างโดย AI เช่น ภาพและวิดีโอได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าแพลตฟอร์มนี้จะดึงผู้ใช้จากโซเชียลมีเดียรายใหญ่อย่าง Facebook, Instagram หรือ WhatsApp ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อมีขั้นตอนยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกเป็นด่านสำคัญ

แม้ ChatGPT จะมีผู้ใช้งานราว 700 ล้านคนต่อสัปดาห์ และแอปวิดีโอ AI ของ OpenAI จะมียอดดาวน์โหลดกว่า 1 ล้านครั้งภายในไม่กี่วันหลังเปิดตัว แต่เมื่อเทียบกับ Meta ที่มีผู้ใช้งานประจำวันรวมกว่า 3.5 พันล้านคน ก็ยังถือเป็นความท้าทายอย่างมาก

ที่มา gizmodo


นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...