รู้หรือไม่ว่าแม้เราจะนอนหลับไปแล้ว แต่สมาร์ทโฟนที่วางอยู่ข้างเตียงไม่ได้หลับไปพร้อมกัน แต่ยังแอบแชร์ข้อมูลแม้ไม่ได้ใช้งาน
ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวเตือนว่า สมาร์ตโฟนจำนวนมากยังส่งข้อมูลเพื่อการติดตามและโฆษณาเป็นประจำ โดยที่ผู้ใช้ไม่เคยให้ความยินยอม รวมถึงไม่รู้ว่าข้อมูลใดถูกแชร์ออกไปบ้าง
มือถือยังคงรับ–ส่งข้อมูลในเบื้องหลังอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน แม้หน้าจอจะดับและไม่มีการใช้งานโดยตรง กิจกรรมบางส่วนเป็นเรื่องจำเป็น เช่น การตรวจสอบอัปเดตความปลอดภัย การซิงค์ข้อมูลระบบ หรือการคงการทำงานของบริการหลักเอาไว้ แต่ก็มีการถ่ายโอนข้อมูลอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่จำเป็นโดยผู้ใช้แทบไม่รู้ตัว
มือถือส่งข้อมูลอะไรในขณะที่นอนหลับ?
สมาร์ทโฟนยังทำงานอยู่ในโหมดรับส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่องซึ่งโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ
- ข้อมูลระบบที่จำเป็น ข้อมูลกลุ่มนี้รวมถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์ รายงานข้อผิดพลาด และข้อมูลวินิจฉัยพื้นฐาน ระบบปฏิบัติการจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อแก้ไขบั๊ก เพิ่มความเสถียร และป้องกันภัยคุกคามด้านความปลอดภัย โดยส่วนใหญ่จะมีการแจ้งให้ทราบ และผู้ใช้สามารถตั้งค่าจำกัดได้ในระดับหนึ่ง
- ข้อมูลเพื่อการติดตามและโฆษณา สมาร์ตโฟนจำนวนมากยังส่งข้อมูลอย่างตำแหน่งที่ตั้ง ตัวระบุอุปกรณ์ รหัสโฆษณา รูปแบบการใช้งาน และพฤติกรรมภายในแอป ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปรวมกันเพื่อสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้โดยละเอียด และใช้สำหรับส่งโฆษณาแบบเจาะจงเป้าหมาย
ปัญหาคือ เส้นแบ่งระหว่าง “ข้อมูลที่จำเป็นต่อระบบ” กับ “การติดตามเชิงพาณิชย์” มักไม่ชัดเจน ผู้ใช้จำนวนมากไม่เคยรู้เลยว่า ในแต่ละคืนมีข้อมูลจำนวนมากไหลออกจากโทรศัพท์ของตน
การศึกษาของสถาบัน IMDEA Networks พบว่า สมาร์ตโฟน Android บางรุ่นมีการส่งข้อมูลที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการติดตามของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ อย่าง Meta และ Yandex หลายแอปและบริการบางส่วนยังคงสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ภายนอก แม้ผู้ใช้จะพยายามจำกัดการติดตามแล้วก็ตาม
นักวิจัยพบการไหลของข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงกิจกรรมบนเว็บเข้ากับตัวระบุของแอป ซึ่งก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการควบคุมความเป็นส่วนตัวในระดับระบบปฏิบัติการ
แล้วมือถือ “แอบฟัง” เราหรือไม่?
อีกหนึ่งความกังวลก็คือ การที่มือถือดูเหมือนจะแอบรับฟังบทสนทนาของผู้ใช้ แม้ยังไม่มีหลักฐานสาธารณะยืนยันว่าอุปกรณ์บันทึกเสียงส่วนตัวเพื่อใช้ในการโฆษณาโดยตรง แต่ผู้ใช้จำนวนมากพบว่าโฆษณาที่เห็นมีความสอดคล้องกับบทสนทนาล่าสุดอย่างน่าประหลาด แต่การเก็บข้อมูลเชิงรุก เมื่อผสานกับข้อมูลตำแหน่ง การใช้งานแอป และประวัติการค้นหา ก็ทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ
เราจะป้องกันตัวได้ยังไง?
- ตรวจสอบสิทธิ์ของแอปพลิเคชัน เน้นที่แอปที่เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง ไมโครโฟน กล้อง และข้อมูลการติดตามของคุณ เราควรให้สิทธิ์ที่สำคัญเฉพาะตอนที่ใช้งานแอปเท่านั้น เพิ่มการระวังเป็นพิเศษกับแอปที่ทำงานอย่างต่อเนื่องในพื้นหลัง
- ปิดการทำงานเบื้องหลังของแอป จะช่วยลดการซิงค์ข้อมูลในช่วงที่คุณไม่ได้ใช้งานโทรศัพท์ พร้อมทั้งจำกัดการเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์แบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม การตั้งค่านี้อาจส่งผลต่อการสำรองข้อมูลแบบเรียลไทม์และการแจ้งเตือนบางประเภท ผู้ใช้จึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างความสะดวกในการใช้งานกับระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการให้เหมาะสมกับตนเอง
- ปิดโฆษณาแบบส่วนบุคคล ที่อาศัยตัวระบุอุปกรณ์และข้อมูลกิจกรรมที่รวบรวมจากแอปต่างๆ การปิดใช้งานฟังก์ชันนี้จะจำกัดการใช้พฤติกรรมของคุณในการกำหนดเป้าหมายโฆษณา แม้ในขณะที่โทรศัพท์ของคุณไม่ได้ใช้งานก็ตาม
- เปิดใช้งานโหมดเครื่องบิน หากคุณกังวลเกี่ยวกับการแชร์ข้อมูลข้ามคืน วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดเช่นกัน การปิดโทรศัพท์หรือใช้โหมดเครื่องบินจะตัดการสื่อสารไร้สายออกไป ในขณะที่ยังคงอนุญาตให้นาฬิกาปลุกทำงานได้
ที่มา foxnews

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol