
Xiaomi เปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับกลาง Redmi Note 15 รุ่นใหม่เวอร์ชัน Global หรือจำหน่ายทั่วโลก โดยรุ่นท็อปของซีรีส์นี้คือ Redmi Note 15 Pro+ ซึ่งในแง่ของสเปกนั้นก็ถือว่ามีจุดที่แตกต่างจากรุ่นที่จำหน่ายในประเทศจีนด้วย
Redmi Note 15 Pro+ มีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.83 นิ้ว รีเฟรชเรตหน้าจอ 120Hz ความละเอียดหน้าจอ 2,772×1,280 พิกเซล ความสว่างหน้าจอสูงสุด 3,200 nits กระจกเป็น Gorilla Glass Victus 2 ส่วนรุ่นที่จำหน่ายในจีนเป็นกระจก Dragon Crystal Glass มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ชิปเซ็ตเป็น Snapdragon 7s Gen 4
กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว ได้แก่ กล้องหลักความความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ส่วนที่จำหน่ายในประเทศจีนเป็นกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ตามด้วยกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

ตัวเครื่องมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,500 mAh รองรับชาร์จไว 100W รองรับชาร์จให้อุปกรณ์อื่น 22.5W ซึ่งในแง่ของแบตเตอรี่นั้น ลดลงจากรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศจีนที่มีแบตเตอรี่ขนาด 7,000 mAh รองรับชาร์จไว 90W กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K

Redmi Note 15 Pro+ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Black, Mocha Brown และ Glacier Blue ตัวเลือกความจุ 3 ขนาด ได้แก่ 8GB/128GB, 12GB/256GB และ 12GB/512GB

นอกจาก Redmi Note 15 Pro+ แล้ว Xiaomi ยังเปิดตัวสมาร์ตโฟนในซีรีส์อีกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่





