
จอน คัลลาแฮน (Jon Callaghan) ผู้ร่วมก่อตั้ง True Ventures มองว่าในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า มนุษย์จะไม่ใช้สมาร์ตโฟนในรูปแบบเดิมอีกต่อไป และจะเลิกใช้สมาร์ตโฟนเลยในอีก 10 ปีข้างหน้า แนวคิดนี้ไม่ใช่การคาดเดาเล่น ๆ แต่เป็นสมมติฐานการลงทุนที่ True Ventures ใช้เป็นแกนหลักในการตัดสินใจลงทุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
True Ventures เป็นบริษัท Venture Capital จากซิลิคอนวัลเลย์ที่บริหารสินทรัพย์ราว 4 พันล้านเหรียญผ่านกองทุน Seed Funds เป็นหลัก แม้จะไม่ค่อยปรากฏตัวในสื่อ แต่มีผลงานเด่นจากการลงทุนในบริษัทอย่าง Fitbit, Ring, Peloton, HashiCorp และ Duo Security ซึ่ง คัลลาแฮนบอกว่า อินเตอร์เฟซของสมาร์ตโฟนนั้น ไม่เหมาะสมสำหรับการที่มนุษย์ใช้เชื่อมต่อกับ AI การต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ตอบอีเมล หรือบันทึกความคิด เป็นกระบวนการที่ขัดจังหวะชีวิต ไม่มีประสิทธิภาพ และเกิดความผิดพลาดได้ง่าย True Ventures จึงใช้เวลาหลายปีในการสำรวจเครื่องมือแบบอื่น ๆ ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อค้นหาวิธีใช้ AI ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า
แนวคิดของ True Ventures มักจะถูกมองว่าแปลกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนใน Fitbit ก่อนยุคอุปกรณ์สวมใส่หรือ wearables จะบูม การลงทุนใน Peloton หลังจากบริษัทด้านการลงทุนจำนวนมากปฏิเสธ หรือการลงทุนกับ Ring ในช่วงที่ผู้ก่อตั้งขาดเงิน ทุกครั้ง True Ventures เดิมพันกับพฤติกรรมใหม่ของมนุษย์มากกว่าให้ความสนใจแค่ตัวอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างการลงทุนล่าสุดคือ Sandbar อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์รูปแบบแหวน สวมที่นิ้วชี้ ใช้สั่งงานด้วยเสียง คัลลาแฮนเรียกมันว่าเพื่อนร่วมความคิด หน้าที่ของแหวนนี้คือใช้สำหรับการบันทึกและจัดระเบียบความคิดผ่านเสียง อุปกรณ์ไม่ได้พยายามเป็น AI Pin หรือการเป็นอุปกรณ์ติดตามสุขภาพอย่าง Oura แต่คือการเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่หนึ่งให้ดีที่สุด

คัลลาแฮนมองว่า ฃเชื่อว่า OpenAI อาจมีมูลค่าสูงถึงล้านล้านเหรียญในอนาคต และแม้ว่า AI จะเป็นสุดยอดการประมวลผลแห่งยุค แต่ก็มีสัญญาณน่ากังวลจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เงินมหาศาล โดยเฉพาะ CapEx ของ hyperscalers ที่คาดว่าจะสูงถึง 5 ล้านล้านเหรียญ AI ในช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่น่ากังวล
ปัจจุบันตลาดสมาร์ตโฟนอยู่ในภาวะอิ่มตัวเต็มที มีอัตราการเติบโตเพียง 2% ต่อปี ด้านอุปกรณ์สวมใส่มีอัตราการเติบโตระดับ 2 หลัก คัลลาแฮนเชื่อว่ายุคของสมาร์ตโฟนกำลังจะจบลง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เพราะไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านแค่อุปกรณ์ แต่หมายถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานกำลังจะเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน
ที่มา TechCrunch





