
เรื่องนี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา หลังสื่อต่างประเทศรายงานว่า เจ กิบสัน (Jay Gibson) ได้รับการแจ้งเตือนเด้งขึ้นบนหน้าจอ iPhone ว่า
Apple ตรวจพบการโจมตีด้วยสปายแวร์แบบเจาะจงเป้าหมายจากผู้ไม่หวังดีระดับรัฐกับ iPhone ของคุณ
กิบสันให้สัมภาษณ์ว่า ตนเคยทำงานให้กับบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีสปายแวร์ลักษณะเดียวกันกับที่ทำให้เกิดการแจ้งเตือนลักษณนี้ได้ แม้จะมีประสบการณ์ตรง แต่กิบสันเองก็ตกใจอย่างมากเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง เขารีบโทรหาพ่อ ปิด iPhone เก็บเอาไว้ และออกไปซื้อเครื่องใหม่ในทันที
กิบสันเป็นเพียงหนึ่งในหลายคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่ได้รับการแจ้งเตือนลักษณะนี้จากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Apple, Google และ WhatsApp ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีการแจ้งเตือนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสปายแวร์ที่พัฒนาโดยบริษัทอย่าง Intellexa, NSO Group และ Paragon Solutions อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้ทำได้เพียงแค่แจ้งเตือนสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของผู้ใช้งานที่ต้องดูคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรต่อไปได้หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
เมื่อผู้ใช้ได้รับการแจ้งเตือนว่าตนเองอาจตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ระดับรัฐ สิ่งแรกที่ต้องทำคือให้ความสำคัญกับคำเตือนนั้นอย่างจริงจัง อย่าเพิ่งปล่อยผ่านทันที สำหรับใครที่ใช้อุปกรณ์ภายใต้ระบบนิเวศของ Google บริษัทมักจะเป็นฝ่ายบล็อกการโจมตีไว้ก่อน แล้วแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเพื่อให้เข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยของบัญชี เช่น การเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการใช้กุญแจความปลอดภัยหรือ passkey รวมถึงการเข้าร่วมโครงการ Advanced Protection Program ซึ่งเพิ่มชั้นการป้องกันให้บัญชี Google ที่เสริมการป้องกันได้ดีขึ้น กล่าวคือ Google จะเน้นให้ผู้ใช้ป้องกันตนเองในอนาคต
ในส่วนของ Apple ผู้ใช้งานควรเปิด Lockdown Mode ซึ่งเป็นโหมดความปลอดภัยขั้นสูงที่จะจำกัดฟีเจอร์บางอย่างเพื่อทำให้การโจมตีทำได้ยากขึ้น Apple เคยระบุว่า ยังไม่พบการแฮกบนอุปกรณ์ที่เปิด Lockdown Mode ได้เลย
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าการถูกโจมตีด้วยสปายแวร์จากรัฐไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และแม้ระบบจะมีการช่วยแจ้งเตือน แต่การปกป้องตนเองและหาความช่วยเหลือก็ยังตกเป็นหน้าที่ของผู้ใช้งานเป็นสำคัญในโลกดิจิทัล
ที่มา TechCrunch





