วัยรุ่นยุคใหม่ เริ่มถอยห่างจากสมาร์ตโฟนจากภาวะเบิร์นเอาต์ในเทคโนโลยี

THE SUMMARY:

โลกปัจจุบ้น สมาร์ตโฟนถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สร้างความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะ นาฬิกาปลุก แผนที่ หนังสือ ไฟฉาย นาฬิกาข้อมือ วิทยุ เครื่องเล่นเพลง กล้อง เครื่องบันทึกเสียงแบบพกพา และอุปกรณ์อื่น ๆ ต่างถูกใส่ไว้ในสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว

สมาร์ตโฟนได้สร้างความสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตที่เร่งรีบของเรา การโทรและส่งข้อความผ่านอินเทอร์เน็ตฟรี การนำทาง การบันทึกข้อมูล สื่อความบันเทิง รวมถึงแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานต่าง ๆ นั้น สำหรับพวกเราส่วนใหญ่ สมาร์ตโฟนไม่ใช่อุปกรณ์ที่เป็นทางเลือกว่าจะมีหรือไม่มี แต่มันกลายเป็นเพื่อนคู่กายที่ปรับโครงสร้างวิธีการทำงาน การสื่อสาร และการใช้ชีวิตในโลกของเราไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อสมาร์ตโฟนกลายเป็นศูนย์กลางมากขึ้น วัยรุ่นสมัยใหม่กำลังรับมือกับภาวะการเสียสมาธิจากสมาร์ตโฟนด้วยการนำเทคโนโลยีเฉพาะด้านอย่างกล้องดิจิทัล กล้องฟิล์ม มือถือที่ทำอะไรไม่ได้มาก เครื่องเล่น MP3, Kindle สำหรับอ่านหนังสือหรือแม้แต่นาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะแบบเก่ากลับมาใช้งานกันมากขึ้นกว่าเดิม สื่อต่างประเทศระบุว่า ยอดขาย iPod และเครื่องเล่น MP3 กำลังเพิ่มขึ้น เครื่องเล่นเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถฟังเพลงได้โดยไม่มีโฆษณา การแจ้งเตือน หรืออัลกิริทึมที่เข้ามาช่วยประมวลผลพฤติกรรมของเรา

คำถามที่น่าสนใจคือทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเลือกที่จะเว้นระยะห่างจากสมาร์ตโฟนมากขึ้น งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการตัดขาดจากโลกดิจิทัลชี้ว่า ผู้คนมีแนวโน้มจะเว้นระยะห่างจากอุปกรณ์เหล่านี้มากที่สุดเมื่อต้องประสบกับแรงกดดันเกี่ยวกับเวลาอย่างต่อเนื่อง ภาวะการรับรู้ข้อมูลมากเกินไป เส้นแบ่งระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวที่เลือนราง ไม่มีความชัดเจน หรือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์จากการรับรับรู้คอนเทนต์ออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ในแง่นี้ การหันไปใช้มือถือที่ไม่ได้มีคุณสมบัติมากมาย กล้องฟิล์ม หรือเครื่องอ่าน ebook นั้น ไม่ใช่เรื่องของการคิดถึงอดีต แต่เป็นการใช้เครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้เพื่อช่วยให้เรามีสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจของเราอย่างต่อเนื่อง

การลดเวลาใช้หน้าจอและโซเชียลมีเดียส่งผลดีต่อชีวิตความเป็นอยู่ งานวิจัยหนึ่งพบว่าการจำกัดการใช้งานโซเชียลมีเดียเหลือประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อวัน ช่วยลดอาการวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และความกลัวว่าจะพลาดสิ่งต่าง ๆ พร้อมทั้งช่วยให้นอนหลับดีขึ้นในกลุ่มคตอายุระหว่าง 17-25 ปี อีกงานวิจัยหนึ่งได้บล็อกการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ตโฟนของผู้เข้าร่วมเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมถึง 91% บอกว่ามีการพัฒนาด้านสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ความพึงพอใจในชีวิต และมีสมาธิที่ต่อเนื่องมากขึ้น

อีกงานวิจัยหนึ่ง เป็นการตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตแบบบังคับ อย่างในศูนย์กักกันในสวีเดน ผู้ต้องขังได้รับโทรศัพท์ที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต งานวิจัยนี้พบว่า การตัดขาดจากโลกอินเทอร์เน็ตช่วยขจัดพฤติกรรมการเช็กโทรศัพท์แบบย้ำคิดย้ำทำ และทำให้การสื่อสารช้าลงและมีความตั้งใจมากขึ้น แม้บริบทแต่ละแบบอาจจะมีความสุดขั้ว แต่การทดลองก็ชี้ชัดว่าเมื่ออุปกรณ์ถูกนำออกไปวิถีชีวิจของเรา รูปแบบความสนใจและพฤติกรรมก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้แทบจะทันทีเลยทีเดียว

ที่มา Independent

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...