Galaxy S26 กระแสแรง! ยอดจองในไทยโตพุ่ง 40% ชู Galaxy AI และจอกันเผือก

THE SUMMARY:

ยอดจอง Galaxy S26 Series ในไทยโตถึง 40% สะท้อนจากความสำเร็จด้วย Galaxy AI และจอ Privacy Display  นวัตกรรมที่สร้างประสบการณ์และตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น


คุณสิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัทไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์จำกัด เปิดเผยภาพรวมธุรกิจและนวัตกรรมล่าสุด โดยระบุว่าสมาร์ตโฟนตระกูล Galaxy S ซีรีส์ใหม่อย่าง Galaxy S26 ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากตลาด มียอดจองเติบโตเกือบ 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ปัจจัยสำคัญมาจากกลยุทธ์นวัตกรรมที่เน้นแนวคิด Human-Centric Innovation เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภค เช่น หน้าจอ Privacy Display และระบบ Galaxy AI ที่ถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่

พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทยก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยผู้ซื้อสมาร์ตโฟนหันมาใช้บริการผ่อนชำระผ่านระบบ Samsung Finance+ มากขึ้นถึง 70% ส่งผลให้ฐานลูกค้าในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมขยายตัวต่อเนื่อง แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจและต้นทุนอุตสาหกรรมจะยังมีความผันผวนก็ตาม

นวัตกรรมใหม่ ดันมาตรฐานสมาร์ตโฟนพรีเมียม

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ Samsung ชูเป็นไฮไลต์ของ Galaxy S26 คือ Privacy Display จอกันเผือกที่ช่วยป้องกันการมองเห็นจากบุคคลรอบข้าง ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในสมาร์ตโฟนเชิงพาณิชย์ ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดการทำงานได้ตามต้องการ รวมถึงตั้งค่าให้ทำงานเฉพาะบางแอป เช่น แอปธนาคาร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

ด้านซอฟต์แวร์ Samsung ยังคงเน้นการพัฒนา Galaxy AI อย่างต่อเนื่อง โดยมีฟีเจอร์เด่นอย่าง Photo Assist ที่สามารถปรับแต่งภาพถ่ายได้อย่างแนบเนียน เช่น การเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือแก้ไของค์ประกอบในภาพ นอกจากนี้สถิติการใช้งานยังพบว่า 93% ของผู้ใช้ Galaxy AI ใช้เพื่อการแต่งภาพและค้นหาข้อมูล ซึ่งถือเป็นอัตราการใช้งานที่สูงในระดับโลก

Samsung ยังพัฒนาแนวคิด AI Companion เพื่อผสาน AI เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่นฟีเจอร์ “Now” ที่สามารถวิเคราะห์บทสนทนาแล้วแนะนำตารางนัดหมาย ร้านอาหาร หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ได้ถึง 22 ภาษา

ในด้านฮาร์ดแวร์ Samsung ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีหน้าจอ Super AMOLED อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นมาตรฐานของสมาร์ตโฟนพรีเมียมในตลาด นอกจากนี้สมาร์ตโฟนจอพับยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริหารที่ต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นในเครือ Samsung ยังเปิดตัวนวัตกรรมทีวีใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Glare Free เพื่อลดแสงสะท้อนจากหน้าจอ ช่วยให้ผู้ชมไม่เห็นเงาสะท้อนของตัวเองขณะรับชม

ยอดจองพุ่ง คนรุ่นใหม่หันมาใช้ Galaxy มากขึ้น

ข้อมูลจาก Samsung ระบุว่า ยอดจอง Galaxy S26 ซีรีส์เพิ่มขึ้นเกือบ 40% พร้อมกระแสพูดถึงในโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้น 2.1 เท่า และแนวโน้มการค้นหาออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่า 20%

สัดส่วนผู้ใช้ในกลุ่ม Gen Z ยังเพิ่มขึ้นถึง 25% ส่วนหนึ่งมาจากแคมเปญการตลาดที่เน้นความสนุกและเข้าถึงง่าย เช่น การใช้คอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ฐานลูกค้าของ Galaxy S ยังเติบโตถึง 230% โดยมีปัจจัยสำคัญจากการรวมฐานผู้ใช้ Galaxy Note เข้ามา รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เลือกอัปเกรดไปยังรุ่น Ultra มากขึ้น ซึ่งคิดเป็นประมาณ 90% ของยอดขายในประเทศไทย

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีบทบาทสำคัญคือระบบผ่อนชำระ Samsung Finance+ ที่อนุญาตให้สมัครด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียว ส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนจาก เงินสด 70% มาเป็นการผ่อน 70% ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น

ต้นทุนหน่วยความจำพุ่ง อาจกระทบราคาสมาร์ตโฟน

แม้ยอดขายจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ Samsung ยังเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ หน่วยความจำ (Memory) ที่มีราคาสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลก

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาหน่วยความจำปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 30–50% และอาจส่งผลให้ราคาสมาร์ตโฟนในตลาดปรับขึ้นประมาณ 5–30% โดย Samsung อาจพิจารณาปรับราคาในช่วงเดือนมีนาคมประมาณ 5–20% โดยเฉพาะรุ่นที่มีความจุสูง เช่น 512GB หรือ 1TB

ส่วนรุ่นระดับกลางและระดับเริ่มต้นอาจได้รับผลกระทบมากกว่ารุ่นพรีเมียม เนื่องจากผู้ผลิตมักจัดสรรชิ้นส่วนไปยังสินค้าที่สร้างกำไรสูงก่อน นอกจากนี้ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะหนี้ครัวเรือนและสถานการณ์สงครามที่อาจทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ยังอาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในอนาคต

Ecosystem โตแรง Galaxy Buds ยอดจองเพิ่ม 50%

นอกจากสมาร์ตโฟนแล้ว อุปกรณ์เสริมในระบบนิเวศของ Samsung ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Galaxy Buds ที่มียอดจองเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% และกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับความสนใจคือ AI Gesture Control ที่สามารถใช้การพยักหน้าเพื่อรับสายโทรศัพท์ได้ ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เป็นอย่างดี พร้อมคุณภาพเสียงที่ Samsung ระบุว่าเป็นหูฟังที่ดีที่สุดเท่าที่บริษัทเคยผลิตมา

มุ่งพัฒนา AI พร้อมรักษาภาระผู้บริโภค

Samsung ระบุว่าทิศทางในอนาคตจะยังคงมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมที่ ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง พร้อมผลักดันการใช้งาน Galaxy AI ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้ใช้มากขึ้น ในขณะเดียวกันบริษัทพยายามควบคุมภาระของผู้บริโภคผ่านระบบผ่อนชำระ โดยรักษาอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เกิน 20% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำกว่าสินเชื่อในตลาด

เป้าหมายสำคัญของ Samsung คือการ สร้างความเข้าใจและผลักดันให้ผู้บริโภคใช้ฟีเจอร์ AI ในสมาร์ตโฟนได้เต็มศักยภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานและรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนระดับโลก

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...