เปิดตัว OPPO Reno15 Series รอบนี้มา 4 รุ่น (มี Pro Max ด้วย) เด่นด้วยกล้องหน้ากว้าง 100 องศา

THE SUMMARY:

OPPO ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ตโฟน OPPO Reno15 Series 5G ที่คราวนี้มาด้วยกันถึง 4 รุ่น มาพร้อมกล้องหน้า Auto Focus กว้าง 100 องศา และกล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x และฟีเจอร์ AI พร้อมสินค้า IoT รุ่นใหม่ เตรียมเปิดจอง 9 มกราคมนี้

OPPO Reno15 Series 5G

OPPO Reno15 Series 5G เปิดตัวพร้อมกัน 4 รุ่น ประกอบไปด้วย Reno15 F 5G, Reno15 5G, Reno15 Pro 5G และรุ่นท็อป Reno15 Pro Max 5G โดยครั้งนี้มาพร้อมไฮไลต์กล้องหน้ามุมกว้างพิเศษความละเอียด 50MP ที่มีระยะกว้าง 0.6x (100 องศา) ซึ่ง OPPO เคลมว่ากว้างที่สุดในอุตสาหกรรม และกล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x ในรุ่น Reno15, Reno15 Pro และ Reno15 Pro Max ซึ่งในรุ่น Pro และ Pro Max ได้มีการอัปเกรดกล้องหลัก เป็นความละเอียด 200MP พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K HDR ที่มีระบบกันสั่นครอบคลุมทุกระยะโฟกัส เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Vlogger และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องการความคมชัดสูง

สำหรับประสิทธิภาพของตัวเครื่อง ทั้ง 4 รุ่นเลือกใช้ชิปเซตที่แตกต่างกันตามระดับราคา โดยรุ่น Reno15 F 5G ใช้ชิปเซต Snapdragon 6 Gen 1, รุ่น Reno15 5G ใช้ Snapdragon 7 Gen 4 ในขณะที่รุ่น Pro และ Pro Max ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง MediaTek Dimensity 8450 นอกจากนี้ยังชูจุดเด่นเรื่องความจุแบตเตอรี่สูงสุดถึง 7,000 mAh (ในรุ่น Reno15 F) พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 80W SUPERVOOC และระบบชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC (ชาร์จไร้สายได้เฉพาะใน Reno15 Pro Max เท่านั้น) ภายใต้ดีไซน์ฝาหลังที่ใช้เทคนิคการผลิตระดับไมโคร เพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์แสงออโรร่าเมื่อกระทบแสง

ในด้านซอฟต์แวร์และการประมวลผลภาพ สมาร์ตโฟนซีรีส์นี้ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ AI อย่างเช่น AI Portrait Glow ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ และฟีเจอร์ Popout สำหรับตัดต่อภาพให้ตัวแบบลอยเด่นออกจากพื้นหลัง โดยทั้งหมดทำงานบนระบบปฏิบัติการใหม่ ColorOS 16 ที่เน้นฟีเจอร์ AI สาย Productivity เพิ่มเข้ามา เช่น AI Mind Space สำหรับจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวด้วยท่าทางสัมผัส, AI Call Summary ช่วยสรุปบทสนทนาทางโทรศัพท์, AI VoiceScribe และ AI LinkBoost 3.0 ที่ช่วยบริหารจัดการสัญญาณเชื่อมต่อให้เสถียรยิ่งขึ้น

สเปกของ OPPO Reno15 F 5G

  • หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.57 นิ้ว
    • ความละเอียด: FHD+ (2372 × 1080 พิกเซล, 397 PPI)
    • อัตรารีเฟรชเรต: สูงสุด 120Hz
    • ความสว่างสูงสุด: 1400 nits (HBM) / 600 nits (Typical)
    • กระจกหน้าจอ: Corning® Gorilla® Glass
  • ชิปเซต: Qualcomm Snapdragon® 6 Gen 1 (รองรับ 5G)
    • GPU: Adreno™ 710 @676MHz
  • หน่วยความจำ: 256GB (UFS 3.1)
  • RAM: 8GB / 12GB (LPDDR4X)
  • กล้องหลัง: 3 ตัว ประกอบไปด้วย:
    • กล้องหลัก (Wide): 50 ล้านพิกเซล (f/1.8), รองรับ AF และระบบกันสั่น OIS 2 แกน
    • กล้อง Ultra-wide: 8 ล้านพิกเซล (f/2.2), มุมกว้าง 112°
    • กล้อง Macro: 2 ล้านพิกเซล (f/2.4)
  • กล้องหน้า: 50 ล้านพิกเซล (f/2.0), มุมกว้าง 100°, รองรับ AF
  • แบตเตอรี่: 7000mAh (Typical)
    • รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOCTM
  • ซอฟต์แวร์: ColorOS 16.0 (บนพื้นฐาน Android 16)
  • สีให้เลือก: 3 สี
    • สีชมพู Afterglow Pink
    • สีน้ำเงิน Twilight Blue
    • สีฟ้า Aurora Blue

สเปกของ OPPO Reno15 5G

  • หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว
    • ความละเอียด: FHD+ (2760 × 1256 พิกเซล, 460 PPI)
    • อัตรารีเฟรชเรต: สูงสุด 120Hz
    • ความสว่างสูงสุด: 1200 nits (HBM) / 600 nits (Typical)
    • กระจกหน้าจอ: Corning® Gorilla® Glass 7i
  • ชิปเซต: Qualcomm Snapdragon® 7 Gen 4 (รองรับ 5G)
    • GPU: Adreno™ 722 @1150MHz
  • หน่วยความจำ: 256GB / 512GB (UFS 3.1)
  • RAM: 12GB (LPDDR5X)
  • กล้องหลัง: 3 ตัว ประกอบไปด้วย:
    • กล้องหลัก (Wide): 50 ล้านพิกเซล (f/1.8), รองรับ AF และระบบกันสั่น OIS 2 แกน
    • กล้อง Telephoto: 50 ล้านพิกเซล (f/2.8), รองรับ AF และระบบกันสั่น OIS 2 แกน (ซูม Optical 3.5x)
    • กล้อง Ultra-wide: 8 ล้านพิกเซล (f/2.2), มุมกว้าง 116°, รองรับ AF
  • กล้องหน้า: 50 ล้านพิกเซล (f/2.0), มุมกว้าง 100°, รองรับ AF
  • แบตเตอรี่: 6500mAh (Typical)
    • รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC
  • ซอฟต์แวร์: ColorOS 16.0 (บนพื้นฐาน Android 16)
  • สีให้เลือก: 3 สี
    • สีฟ้า Aurora Blue
    • สีน้ำเงิน Twilight Blue
    • สีขาว Aurora White

สเปกของ OPPO Reno15 Pro 5G

  • หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.32 นิ้ว
    • ความละเอียด: FHD+ (2640 × 1216 พิกเซล, 460 PPI)
    • อัตรารีเฟรชเรต: สูงสุด 120Hz
    • ความสว่างสูงสุด: 1800 nits (HBM) / 600 nits (Typical)
    • กระจกหน้าจอ: Corning® Gorilla® Glass 7i
  • ชิปเซต: MediaTek Dimensity 8450 (รองรับ 5G)
    • GPU: ARM G720 MC7 @1300MHz
  • หน่วยความจำ: 256GB (UFS 3.1)
  • RAM: 12GB (LPDDR5X)
  • กล้องหลัง: 3 ตัว ประกอบไปด้วย:
    • กล้องหลัก (Wide): 200 ล้านพิกเซล (f/1.8), รองรับ AF และระบบกันสั่น OIS 2 แกน
    • กล้อง Ultra-wide: 50 ล้านพิกเซล (f/2.0), มุมกว้าง 116°, รองรับ AF
    • กล้อง Telephoto: 50 ล้านพิกเซล (f/2.8), รองรับ AF และระบบกันสั่น OIS 2 แกน (ซูม Optical 3.5x)
  • กล้องหน้า: 50 ล้านพิกเซล (f/2.0), มุมกว้าง 100°, รองรับ AF
  • แบตเตอรี่: 6200mAh (Typical)
    • รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOCTM
  • ซอฟต์แวร์: ColorOS 16.0 (บนพื้นฐาน Android 16)
  • สีให้เลือก: 2 สี
    • สีน้ำตาล Dusk Brown
    • สีฟ้า Aurora Blue

สเปกของ OPPO Reno15 Pro Max 5G

  • หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว
    • ความละเอียด: FHD+ (2772 × 1272 พิกเซล, 450 PPI)
    • อัตรารีเฟรชเรต: สูงสุด 120Hz
    • ความสว่างสูงสุด: 1800 nits (HBM) / 600 nits (Typical)
    • ฟิล์มกันรอยหน้าจอ: Corning® Gorilla® Glass Victus® 2
  • ชิปเซต: MediaTek Dimensity 8450 (รองรับ 5G)
    • GPU: ARM G720 MC7 @1300MHz
  • หน่วยความจำ: 512GB (UFS 3.1)
  • RAM: 12GB (LPDDR5X)
  • กล้องหลัง: 3 ตัว ประกอบไปด้วย:
    • กล้องหลัก (Wide): 200 ล้านพิกเซล (f/1.8), รองรับ AF และระบบกันสั่น OIS 2 แกน
    • กล้อง Ultra-wide: 50 ล้านพิกเซล (f/2.0), มุมกว้าง 116°, รองรับ AF
    • กล้อง Telephoto: 50 ล้านพิกเซล (f/2.8), รองรับ AF และระบบกันสั่น OIS 2 แกน (ซูม Optical 3.5x)
  • กล้องหน้า: 50 ล้านพิกเซล (f/2.0), มุมกว้าง 100°, รองรับ AF
  • แบตเตอรี่: 6500mAh (Typical)
    • รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOCTM
  • ซอฟต์แวร์: ColorOS 16.0 (บนพื้นฐาน Android 16)
  • สีให้เลือก: 2 สี
    • สีน้ำตาล Dusk Brown
    • สีทอง Aura Gold

เสริมทัพ Ecosystem ด้วย OPPO Watch S และ OPPO Pad 5

นอกเหนือจากสมาร์ตโฟนแล้ว OPPO ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ IoT เพื่อเสริม Ecosystem ด้วย ประกอบไปด้วย OPPO Watch S สมาร์ตวอตช์ดีไซน์บางเพียง 8.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 35 กรัม ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพ รองรับโหมดกีฬากว่า 100 ประเภท และโหมดโปรสำหรับ 12 กีฬายอดนิยม โดยมีฟีเจอร์เด่นอย่าง Heart Rate Broadcast ที่สามารถแชร์ข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจไปยังอุปกรณ์ออกกำลังกายอื่น ๆ ได้ และมาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับสุขภาพที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนได้พร้อมกัน 2 เครื่อง และสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสมาร์ตโฟน Android และ iOS โดย OPPO Watch S จะใช้ซอฟต์แวร์ของ OPPO เอง ไม่ใช่ WearOS แต่อย่างใด

นอกจากนั้น ยังได้เปิดตัว OPPO Pad 5 Matte Display Edition มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 12.1 นิ้ว ความละเอียด 2.8K โดยใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบด้าน Anti-Glare Soft Light Display หรือหน้าจอเนื้อกระดาษ เพื่อช่วยลดแสงสะท้อน และถนอมสายตา รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา Stylus ที่มีความหน่วงต่ำ สำหรับการทำงาน แท็บเล็ตรุ่นนี้รองรับฟีเจอร์ Cross-ecosystem ที่ช่วยให้การรับส่งไฟล์ และข้อมูลข้ามระหว่างระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้ง Android, iOS และ Windows ทำได้อย่างราบรื่น พร้อมลำโพง Quad Speaker และแบตเตอรี่ความจุ 10,050 mAh

สเปกของ OPPO Pad 5 Matte Display Edition

  • หน้าจอ: LCD ขนาด 12.1 นิ้ว (Matte Display)
    • ความละเอียด: 2800 × 1980 พิกเซล (284 PPI)
    • อัตรารีเฟรชเรต: สูงสุด 120Hz (ปรับได้ 30/60/90/120Hz)
    • ความสว่างสูงสุด: 900 nits (HBM) / 600 nits (Typical)
  • ชิปเซต: MediaTek Dimensity 7300-Ultra (รองรับ 5G เฉพาะในรุ่น 5G)
    • GPU: Arm Mali-G615 MC2
  • หน่วยความจำ: 256GB (UFS 3.1)
  • RAM: 8GB (LPDDR5X)
  • กล้องหลัง: ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.0), รองรับ PDAF
  • กล้องหน้า: ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.0), รองรับ FF
  • แบตเตอรี่: 10050mAh
    • รองรับชาร์จไว 33W SUPERVOOC
  • ซอฟต์แวร์: ColorOS 16.0 (บนพื้นฐาน Android 16)
  • สีให้เลือก: 2 สี
    • สีดำ Starlight Black
    • สีชมพู Aurora Pink

ราคาและกำหนดการวางจำหน่าย

OPPO Reno15 Series 5G และสินค้า IoT จะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 9 – 15 มกราคม 2569 โดยมีรายละเอียดราคาดังนี้:

  • OPPO Reno15 F 5G วางจำหน่ายใน 2 ความจุ ได้แก่ 8+256GB ราคา 11,999 บาท และความจุ 12+256GB ราคา 12,999 บาท
  • OPPO Reno15 5G มาพร้อม 2 ความจุ ได้แก่ 12+256GB ราคา 16,999 บาท และความจุ 12+512GB ราคา 18,999 บาท
  • OPPO Reno15 Pro 5G (12+256GB) วางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท
  • OPPO Reno15 Pro Max 5G (12+512GB) วางจำหน่ายในราคา 24,999 บาท
  • OPPO Watch S วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท
  • OPPO Pad 5 วางจำหน่ายในราคา 13,999 บาท (รุ่น WiFi) และ 14,999 บาท (รุ่น 5G)

ผู้ที่สั่งจองในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับสิทธิพิเศษ ประกันหน้าจอแตก (E-VIP Card) นาน 2 ปี, บริการติดฟิล์มฟรี และหูฟัง OPPO Enco โดย Reno15 F ได้ OPPO Enco Buds3 มูลค่า 799 บาท, Reno15 ได้ OPPO Enco Buds3 Pro มูลค่า 999 บาท, Reno15 Pro และ Pro Max ได้ OPPO Enco Air4 มูลค่า 1,999 บาท รวมมูลค่าสูงสุด 18,198 บาท สำหรับรุ่น Pro Max

นักเขียนตัวเล็กๆ (?) ที่โตมากับไขควงและเมนบอร์ด เพราะโดนเกณฑ์เป็นลูกมือช่างซ่อมคอม (ที่เรียกว่าพ่อ) มาตั้งแต่เด็ก ๆ โตมาเลยมาเอาดีเรื่องเทคฯแทน ชอบตามข่าวเทคฯ ใหม่ ๆ ลอง Gadget แปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน หูฟัง คอมพิวเตอร์ แล้วเอามาเล่าให้ฟังกัน

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...