
Asus ได้จัดงานเลี้ยงส่งท้ายปี 2025 โดยมีการมอบรางวัลเป็นรถจำนวน 8 คัน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายให้กับพนักงาน งานนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับ Asus ในการกำหนดทิศทางของบริษัทในปีนี้และอนาคตอีกด้วย
ประธานกรรมการ ชี ชงถัง (Shi Chongtang) ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Asus จะไม่ผลิตสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ออกมาเป็นการ โดยทรัพยากรต่าง ๆ รวมถึงพนักงานในแผนกนี้จะถูกย้ายไปรวมกับแผนก PC และ Physical AI หรือแผนกที่ทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ AI
ชงถังระบุว่า แม้ Asus จะต้องเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์และภาษีศุลกากร แต่ด้วยการวางกลยุทธ์เชิงรุกในด้าน AI ทำให้รายได้รวมของ ASUS ตลอดทั้งปีอยู่ที่ 738,910 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน เติบโตขึ้น 26.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนธุรกิจ AI Server ก็สามารถทำอัตราการเติบโตได้ถึง 100% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ชงถังเน้นย้ำว่า โลกในอนาคตจะเต็มไปด้วยสมองเทียมที่มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่ง Asus จำเป็นต้องดึงศักยภาพของ AI ออกมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับทั้งการดำเนินงานและนวัตกรรมต่าง ๆ
สื่อถามชงถังเกี่ยวกับประเด็นนี้ คือชงถังตอบอย่างชัดเจนว่า Asus จะยังไม่เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในอนาคต แม้จะตอบอย่างหนักแน่นว่าจะดูแลลูกค้าที่ยังใช้สมาร์ตโฟน Asus ต่อไป พร้อมหาวิธีทางในการดำเนินการ แต่สายตาของคนภายนอกมองว่านี่คือการถอนตัวจากตลาดสมาร์ตโฟนโดยพฤตินัยแล้ว
คำตอบนี้ชัดเจนว่า Asus จะไม่มีการเปิดตัว Zenfone รวมถึงสมาร์ตโฟนเกมมิงอย่าง ROG Phone ในปี 2026

เหตุผลที่ต้องหยุดจากตลาดสมาร์ตโฟนนั้น ชงถังตอบอย่างชัดเจนว่าตอนนี้คือการเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตที่สูงกว่า ได้แก่ PC เชิงพาณิชย์ และอุปกรณ์ Physical AI ซึ่งประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่
ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า แผนกสมาร์ตโฟนมีความเชี่ยวชาญด้านชิป Snapdragon ของ Qualcomm ดีอยู่แล้ว ทำให้การถ่ายเทคโนโลยีจากแผนกมือถือสู่แผนก Physical AI เป็นไปได้ไม่ยากน้ก และฝั่งโน้ตบุ๊กเองก็สามารถใช้เทคโนโลยีจาก Snapdragon X ได้ด้วย อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ สินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่ AI มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องหน่วยความจำที่มีความผันผวนของราคาสูง ซึ่ง ชงถังยืนยันกับสื่อว่า การปรับราคาขึ้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน
นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับสมาร์ตโฟน Zenfone ก็ได้แต่หวังว่า Asus อาจจะกลับมาทำตลาดสมาร์ตโฟนอีกครั้งในอนาคตครับ
ที่มา Inside





