
ปี 2026 อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนกำลังเผชิญกับของขาดขาดรวมถึงราคาของ NAND Flash ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเดิมทีคาดว่าจะส่งผลให้ผู้ผลิตลดสเปกลงเพื่อรักษาอัตรากำไร อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจาก TrendForce ระบุว่า แม้สถานการณ์จะเป็นแบบนั้น แต่เป็นการยากมากที่ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจะลดความจุลง
สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนลดความจุของเครื่องได้ยากเพราะ AI โดยเฉพาะ AI ที่ทำงานบนอุปกรณ์หรือ On Device จะต้องใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเครื่องเป็นจำนวนมาก โดย AI ที่ทำงานโดยไม่พึ่งพาการเชื่อมต่อกับ Cloud จำเป็นต้องมีพื้นที่สำรองสำหรับข้อมูลและการประมวลผลประมาณ 40–60GB ซึ่งจะทำให้ AI สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์จึงเริ่มปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มความจุเริ่มต้นของอุปกรณ์ให้สูงขึ้น
Apple และ Huawei เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ทั้ง 2 บริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ของตนเองอย่าง Apple Intelligence และ HarmonyOS AI ซึ่งการมาของ AI แบบทำงานบนอุปกรณ์ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับสเปกอุปกรณ์ใหม่ โดย Apple ได้ยกเลิกรุ่นเริ่มต้นที่มีความจุ 128GB และเปลี่ยนไปใช้ 256GB เป็นความจุเริ่มต้นในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการใช้งาน AI
นอกจากเรื่อง AI แล้ว ผู้ผลิตเองก็กำลังพัฒนาการผลิต NAND Flash ทำให้ชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่ ๆ มีความจุที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วย ทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ ต่างมีความจุเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้นด้วยเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในส่วนของต้นทุนสินค้าส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตทุกคนไม่เท่ากัน แหล่งที่มาระบุว่า สมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม โดยเฉพาะ iPhone จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของความจุเฉลี่ยสูงกว่าสมาร์ตโฟน Android เนื่องจาก Apple มีความสามารถในการจัดการต้นทุนได้ดีกว่าแบรนด์อื่น ๆ และสามารถตั้งราคาสินค้าให้สอดคล้องกับสเปกที่เปลี่ยนไปได้
ที่มา 9to5Mac





