
มาร์ติน นามาซากา ชายหนุ่มจากกรุง ไนโรบี ประเทศเคนย่า สร้างความฮือฮาบนโลกออนไลน์ หลังผุดไอเดียแปลกใหม่ในการให้บริการ Wi-Fi กับผู้ที่ไม่สามารถจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตที่บ้านหรือใช้งานบนโทรศัพท์มือถือได้
นามาซากาหนุ่มเคนย่าที่กำลังว่างงาน จึงมองหาวิธีสร้างรายได้จากสิ่งที่เขาสนใจ ซึ่งเขามองเห็นโอกาสว่าบางคนอยากใช้อินเทอร์เน็ตแต่ไม่มีงบ
เขาเริ่มต้นด้วยการรอฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อขายข้าวโพดและนำเงินที่ได้มาลงทุนซื้ออุปกรณ์ ได้แก่ เราเตอร์ราคา 2,500 ชิลลิงเคนยา หมวกนิรภัย 800 ชิลลิงเคนยา เสื้อกันหนาว 3,000 ชิลลิงเคนยา และรองเท้าบู๊ต 2,000 ชิลลิงเคนยา ต้นทุนรวมอยู่ที่ 8,300 ชิลลิงเคนยา หรือประมาณ 2,000 บาท การที่เขาเลือกติดตั้งเราเตอร์ไว้บนหมวกกันน็อกเพื่อดึงดูดความสนใจ
“ผมเคยเป็นพ่อค้าเร่มาก่อน และชอบรูปลักษณ์ของเราเตอร์ เลยคิดว่า ถ้าติดมันไว้บนหมวกจะเป็นยังไง”
เขาให้บริการด้วยสัญญาณ 4G และ 5G เขามักเลือกจุดที่มีผู้คนพลุกพล่าน รวมถึงบนรถโดยสารสาธารณะ รอจนกว่าลูกค้าจะใช้งานอินเทอร์เน็ตเสร็จ ในวันที่ลูกค้าเยอะทำให้มีรายได้ราว 50–60 ชิลลิงเคนยา (12 -15 บาท) เขาเคยคิดค่าบริการสูงสุดครั้งละ 50 ชิลลิงเคนยา (12 บาท)

ธุรกิจของเขาก็มีความท้าทาย บางคนไม่ไว้วางใจและกล่าวหาว่าเขาอาจพยายามขโมยข้อมูลหรือเงิน พร้อมทั้งเผยว่าอยากเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ Safaricom และบริษัทโทรคมนาคมอื่น ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำมีลักษณะคล้ายกับการขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้ประชาชน
ในด้านความปลอดภัย เจมส์ ไวทากา ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ให้ความเห็นว่า คลื่น Wi-Fi เป็นรังสีชนิดไม่ก่อไอออน (non-ionizing radiation) ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัย แต่การรับสัญญาณในระยะใกล้และต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน งานวิจัยบางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผลกระทบต่อคุณภาพอสุจิ แม้จะยังไม่มีข้อยืนยันแน่ชัดก็ตาม
ฟากของ Safaricom เพิ่งประกาศแผนเปิดตัวบริการ Wi-Fi แบบใช้โทเค็นในเคนยาและเอธิโอเปีย เพื่อขยายฐานลูกค้า โดยปีเตอร์ เอ็นเดกวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ระบุว่าบริการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น
ที่มา tuko





