
เชื่อว่าตอนนี้หลาย ๆ คนกำลังทดสอบการใช้งานแอปพลิเคชัน Bevel ซึ่งเป็นแอปที่จะนำข้อที่เก็บรวบรวมมาจากอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ มาวิเคราะห์เพื่อรายงานผลทางสุขภาพ Bevel ถือว่าเป็นแอปที่น่าสนใจเพราะสามารถรายงานข้อมูลได้อย่างละเอียด แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ดีเท่าไหร่นัก หลังโดนทาง Whoop ฟ้องร้อง
Whoop ได้ยื่นเอกสารฟ้องร้องความยาวถึง 111 หน้า กล่าวหาว่า Bevel ละเมิดสิทธิบัตร โค้ด และลอกเลียนแบบรูปลักษณ์การใช้งานจนอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2024 ตัวแทนจาก Whoop เคยติดต่อหาผู้ก่อตั้ง Bevel ด้วยถ้อยคำชื่นชมในวิสัยทัศน์และการเติบโตที่น่าประทับใจ พร้อมทั้งเสนอโอกาสในการร่วมมือกันทางธุรกิจ แต่เนื่องจากในขณะนั้น Bevel เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 6 เดือนและยังขาดความพร้อม จึงได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไปอย่างสุภาพ
อย่างไรก็ตาม เพียง 5 เดือนต่อมา Whoop ได้ส่งจกหมายเตือนมาข่มขู่ โดยเรียกร้องให้ Bevel ยกเลิกการใช้ Dark Mode และห้ามใช้คำศัพท์อย่าง Strain (ความเครียดสะสม) และ Recovery (การฟื้นฟู) ซึ่งทาง Bevel มองว่าข้อเรียกร้องเหล่านี้ไร้เหตุผล เนื่องจากคำศัพท์ดังกล่าวเป็นคำสากลที่ใช้กันทั่วไปในวงการสุขภาพ ส่วนเรื่อง Dark Mode นั้น แท้จริงแล้วแอปของ Whoop มีเพียงแค่ Dark Mode ในขณะที่ Bevel ตั้งค่าเริ่มต้นเป็น Light Mode ด้วยซ้ำ

อีกประเด็นหลักที่ทาง Whoop ใช้ฟ้องร้อง Bevel คือการออกแบบหน้าจอผู้ใช้งานซึ่ง Whoop บอกว่า Bevel ลอกเลียนแบบหน้าจอหลักโดยเฉพาะการใช้วงแหวนและกราฟแท่งวงกลมสีสันต่าง ๆ แต่ Bevel บอกว่า รูปแบบดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลในการแสดงผลข้อมูลสุขภาพที่แอปพลิเคชันใด ๆ ก็ใช้กัน ยิ่งไปกว่านั้น Whoop ต่างหากที่เพิ่งอัปเดตหน้าจอของตนเองให้มีดีไซน์วงแหวน 3 วงเรียงกันคล้ายกับที่ Bevel ทำมาก่อน

ไม่เพียงเท่านั้น Whoop ยังกล่าวหาว่าหน้าจอแสดงผลการนอนหลับและหน้า Journal ของ Bevel ก็เป็นการลอกเลียนแบบ ซึ่ง Bevel สามารถโต้แย้งได้ทุกจุดอย่างละเอียด
นอกจากประเด็นทางกฏหมายแล้ว Bevel ยังต้องเผชิญกับการถูกกดดันผ่านบุคคลที่สาม ในช่วงเดือนสิงหาคม 2024, Bevel ได้เปิดตัวคณะที่ปรึกษาจำนวน 3 ท่าน แต่ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ หนึ่งในนั้นต้องขอถอนตัวกะทันหัน เนื่องจากห้องแล็บที่เขาสังกัดอยู่ถูก Whoop กดดันอย่างหนักว่าหากไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับ Bevel ทาง Whoop จะยุติความร่วมมือกับห้องแล็บนั้น
ในเวลาต่อมา ที่ปรึกษาอีกท่านก็ลาออกไปโดยไม่แจ้งเหตุผล ซึ่งความจริงถูกเปิดเผยในภายหลังว่าเขาได้ไปร่วมพัฒนา Whoop 5.0 พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ Bevel ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ Whoop เลือกฟ้องร้องในเวลานี้หลังจากเงียบหายเป็นปี อาจเป็นเพราะ Whoop เพิ่งได้รับเงินระดมทุนมหาศาลกว่า 500 ล้านเหรียญ จึงใช้ข้อได้เปรียบเหล่านี้ในการบีบบริษัทที่มีขนาดเล็กกว่า
ท้ายที่สุดแล้ว Bevel ได้ยืนหยัดอย่างหนักแน่นว่า วิสัยทัศน์ของพวกเขาคือการทำให้ทุกคนเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้โดยไม่ถูกจำกัดว่าต้องซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง Bevel เป็นเพียงแพลตฟอร์มที่เปิดรับข้อมูลจากสมาร์ทวอทช์ชั้นนำอย่าง Apple Watch, Garmin และ Oura ซึ่งไม่มีความทับซ้อนกับโมเดลธุรกิจขายอุปกรณ์ของ Whoop เลยแม้แต่น้อย





