ซัมซุง (Samsung) คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสแรกพุ่งสูงถึง 1.24 ล้านล้านบาท แซงหน้ากำไรตลอดทั้งปีที่ผ่านมา และมากกว่าไตรมาสแรกของปีที่แล้วกว่า 753% รับแรงหนุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่แห่ซื้อชิปสำหรับดาตาเซนเตอร์ AI
โดยซัมซุง ได้ประเมินตัวเลขกำไรจากการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ที่คาดว่าจะสูงถึง 57.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.24 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของซัมซุง โดยเติบโตขึ้นถึง 753% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และสูงกว่าสถิติเดิมที่ทำไว้ในไตรมาส 4 ปีที่แล้วถึงเกือบ 3 เท่า ขณะที่รายได้รวมคาดว่าจะเติบโต 68% แตะระดับ 133 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.88 ล้านล้านบาท) โดยซัมซุงเตรียมเปิดเผยรายละเอียดผลประกอบการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายนนี้

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ธุรกิจชิปหน่วยความจำของซัมซุงทำกำไรได้ถึง 54 ล้านล้านวอน แม้แผนกชิปลอจิกจะขาดทุน 1.6 ล้านล้านวอน (ประมาณ 34,625 ล้านบาท) ก็ตาม ส่วนธุรกิจสมาร์ตโฟนยังมีกำไรอยู่ที่ 4 ล้านล้านวอน (ประมาณ 81,613 ล้านบาท) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการใช้ต้นทุนชิ้นส่วนคงคลังราคาถูก นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้ประโยชน์จากค่าเงินวอนเกาหลีใต้ที่อ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบเกือบ 17 ปี เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ากำไรเมื่อส่งกลับประเทศ
ปัจจัยสำคัญ ที่ขับเคลื่อนความสำเร็จระดับปรากฏการณ์นี้มาจากแผนกเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดหน่วยความจำ โดยมีลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกอย่างกูเกิล (Google), เมตา (Meta), แอมะซอน (Amazon), ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และโอเพนเอไอ (OpenAI) ต่างเข้าคิวรอสั่งซื้อชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง หรือ HBM (High Bandwidth Memory) เพื่อนำไปใช้ในดาตาเซนเตอร์สำหรับประมวลผลปัญญาประดิษฐ์
นอกจากความต้องการชิป HBM ที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว ตลาดชิปหน่วยความจำประเภท DRAM และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ NAND Flash ก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลง ส่งผลให้ซัมซุงอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบ และสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลจากโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน
จากแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งดังกล่าว นักวิเคราะห์ประเมินว่าซัมซุงอาจกวาดกำไรจากการดำเนินงานได้สูงถึง 220,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 7.05 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปแตะระดับ 330,000 ล้านเหรียญ (10.58 ล้านล้านบาท) ได้ภายในปี 2570





