
สหภาพยุโรปมีแผนที่จะทยอยถอดและยุติการใช้อุปกรณ์จากซัปพลายเออร์ที่มีความเสี่ยงสูงในส่วนที่มีความสำคัญ ซึ่ง Huawei ก็ได้ออกมาวิจารณ์แผนดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากแผนการนี้ด้วย
มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ของสหภาพยุโรปหรือ EU Cybersecurity Act แม้คณะกรรมาธิการยุโรปจะยังไม่ได้ระบุชื่อบริษัทหรือประเทศใดโดยตรงในแถลงการณ์ แต่ก็อาจจะคาดการณ์กันได้ไม่ยากว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีจากจีน โดยเฉพาะ Huawei ที่จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากกฎหมายนี้
ช่วงหลัง ยุโรปเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเทคโนโลยีจากจีนมากขึ้น โดยเยอรมนีได้ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อทบทวนนโยบายการค้ากับจีนโดยเฉพาะ และสั่งห้ามใช้ชิ้นส่วนจากจีนในเครือข่ายโทรคมนาคม 6G ในอนาคต ด้านสหรัฐอเมริกาได้สั่งห้ามอนุมัติการติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมใหม่จาก Huawei และ ZTE ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา พร้อมเรียกร้องให้ชาติยุโรปดำเนินการในแนวทางเดียวกัน โดยมาตรการดังกล่าวจะครอบคลุม 18 ส่วนสำคัญของยุโรป อย่าง ระบบไฟฟ้าและพลังงาน ระบบน้ำประปา ยานยนต์อัตโนมัติ โดรน ระบบต่อต้านโดรน บริการคลาวด์ อุปกรณ์การแพทย์ ระบบเฝ้าระวัง บริการด้านอวกาศ และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแสดงความเคลื่อนไหวพร้อมระบุว่า บริษัทจีนดำเนินธุรกิจในยุโรปโดยเคารพกฎหมายท้องถิ่นมาโดยตลอด และไม่เคยเป็นภัยต่อความมั่นคงของยุโรป พร้อมเตือนสหภาพยุโรปไม่ให้บังคับใช้นโยบายการกีดกันทางการค้า
Huawei ออกแถลงการณ์คัดค้าน แสดงความไม่เห็นด้วย โดยระบุว่าการจำกัดหรือกีดกันซัปพลายเออร์จากประเทศนอก EU โดยอิงจากประเทศต้นทาง แทนการพิจารณาจากหลักฐานทางเทคนิค ถือเป็นการละเมิดหลักความเป็นธรรม การไม่เลือกปฏิบัติ และขัดต่อกติกาขององค์การการค้าโลกหรือ WTO พร้อมยืนยันว่าจะติดตามกระบวนทางกฎหมายอย่างใกล้ชิด และปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทอย่างเต็มที่
ภายใต้กฎใหม่นี้ ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือจะมีเวลา 36 เดือน หลังจากมีการประกาศรายชื่อซัปพลายเออร์ความเสี่ยงสูง เพื่อทยอยเลิกใช้หรือถอดถอนใชิ้นส่วนสำคัญ ส่วนเครือข่ายอย่างอื่น เช่น ใยแก้วนำแสง สายเคเบิลใต้น้ำ และระบบดาวเทียม จะมีการกำหนดกรอบเวลาออกมาในภายหลัง
ที่มา Reuters





