
ในโลกของโน้ตบุ๊ก เรามักจะคุ้นเคยกับความแรงของเครื่องที่แลกมาด้วยพัดลมที่เสียงดัง ความร้อนที่เกิดขึ้นและแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ไม่นาน แต่ภาพจำของโน้ตบุ๊กได้ถูกล้างใหม่อย่างชัดเจนหลัง Apple เปิดตัว Apple Silicon อย่าง Apple M1 ที่นำมาใช้บน Mac สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการโน้ตบุ๊กอย่างแท้จริง
ย้อนกลับไปในปี 2005 สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ตัดสินใจครั้งสำคัญในเปลี่ยนผ่านจาก PowerPC มาใช้ชิปของ Intel ซึ่งในช่วงแรกมันคือสวรรค์ของความเร็วและความเข้ากันได้ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายทศวรรษ 2010 ปัญหาก็เริ่มออกมามากขึ้น โน้ตบุ๊กของ Apple กลายเป็นเครื่องที่สเปกดูดีแต่ใช้งานติดขัด
การออกแบบของโจนี ไอฟ์ (Jony Ive) เน้นไปที่ความบางเบาของตัวอุปกรณ์ ทำให้ตัวเครื่องไม่สามารถระบายความร้อนแรงจากชิป Intel ที่มากเกินไป ทำให้เกิดปัญหา Thermal Throttling ที่เครื่องจะลดความเร็วลงเองเพื่อไม่ให้ความร้อนสูงเกินไป ทำให้ผู้ใช้ต้องเจอปัญหาเรื่องประสิทธิภาพและแบตเตอรี่ที่ไหลเป็นน้ำ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008, Apple ได้เข้าซื้อบริษัท PA Semi ด้วยมูลค่าประมาณ 278 ล้านเหรียญ เพื่อนำทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านโปรเซสเซอร์ประหยัดพลังงานสูงมาพัฒนาชิปของตัวเอง การซื้อครั้งนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาชิป A-series (เริ่มต้นที่ A4) สำหรับ iPhone/iPad และ Apple Silicon ในปัจจุบัน
Apple ตระหนักได้ว่า การเลิกพึ่งพา Intel คือสิ่งจำเป็น และต้องออกแบบชิปของตัวเองเพื่อประสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด
ในที่สุด Apple ก็ได้เปิดตัวชิป Apple M1 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Unified Memory Architecture ซึ่งไม่ใช่แค่ CPU ทั่วไป แต่มันคือ System on a Chip (SoC) ที่รวม CPU, GPU, RAM และ Neural Engine ไว้ในที่เดียว ทำให้การส่งข้อมูลรวดเร็วอย่างไร้รอยต่อ ผลลัพธ์ที่ได้คือประสิทธิภาพที่แรงกว่าเดิมถึง 3.5 เท่า และกราฟิกที่เร็วกว่าเดิม 6 เท่า แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือการประหยัดพลังงานที่ทำให้โน้ตบุ๊กสามารถใช้งานได้นานถึง 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จครั้งเดียว เรียกว่าเป็นสิ่งที่ Intel สามารถให้ได้เลย

จริง ๆ กระแสของ Apple M1 ในช่วงแรกก่อนผลิตภัณฑ์จะถูกวางจำหน่ายจริงต่างสร้างความสงสัยว่ามันจะไปไหวหรือไม่ แต่เมื่อ Mac พร้อมชิป Apple M1 ไปถึงมือลุกค้าแล้ว ความกังขาถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง
นักตัดต่อวิดีโอพบว่าการเรนเดอร์ไฟล์ 4K ที่เคยใช้เวลาเป็นนาทีเหลือเพียงไม่กี่วินาที นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทำงานได้รวดเร็วขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และที่สำคัญที่สุดคือเครื่องเงียบสนิทและเย็นเฉียบ แม้ใน MacBook Air ที่ไม่มีพัดลมแม้แต่ตัวเดียว นักวิจารณ์ชื่อดังอย่าง Marques Brownlee และ Linus Tech Tips ต่างต้องยอมสยบให้กับความจริงที่ว่า Apple ได้สร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริง Apple ได้พัฒนา Apple Silicon ต่อยอดมาเรื่อย ๆ จนถึง Apple M5 ซีรีส์แล้ว
Apple M1 ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว แต่มันคือเรื่องของการกล้าที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ซึ่ง Apple ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัทเลิกเดินตามทางเดินที่ Intel หรืออุตสาหกรรมพีซีขีดไว้ และกลับมาโฟกัสที่การแก้ปัญหาของผู้ใช้ด้วยนวัตกรรมของตนเองก็ทำให้เกิดนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวงการโน้ตบุ๊กขึ้นมาได้
ที่มา Something Tech





