
อย่างที่รู้ ๆ กันว่าสินค้าของ Apple ขิ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว แต่ล่าสุด Apple ประกาศว่า iPhone และ iPad เป็นสินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่เข้าเงื่อนไขด้านการเก็บรักษาข้อมูลของ NATO แล้ว
Apple ระบุว่า อุปกรณ์เหล่านี้ด้รับอนุญาตให้สามารถจัดการข้อมูลลับระดับ NATO Restricted ได้ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์พิเศษหรือตั้งค่าใด ๆ เพิ่มเติท นอกจากนี้ Apple ระบุว่า ยังไม่มีอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค (Consumer Product) รายอื่นที่สามารถผ่านมาตรฐานระดับเดียวกันนี้ได้
ปัจจุบันยังไม่มีอุปกรณ์ระดับผู้บริโภครายใดที่ผ่านมาตรฐานนี้ได้เลย
Apple แสดงให้เห็นว่า iPhone ได้เปลี่ยนแนวคิดด้านความปลอดภัยไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่อุปกรณ์ระดับความปลอดภัยสูงที่มีเฉพาะหน่วยงานรัฐหรือองค์กรใหญ่ที่ต้องลงทุนสูง แต่ Apple สามารถนำระบบความปลอดภัยระดับเดียวกันมาให้ผู้ใช้งานทั่วไปเข้าถึงได้ พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานความมั่นคงของประเทศสมาชิก NATO ซึ่งยังไม่มีอุปกรณ์อื่นในอุตสาหกรรมที่สามารถทำระดับนี้ได้
การที่ iPhone ได้รับการอนุมัติสำหรับการใช้งานในระดับหน่วยงานของ NATO ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Apple แต่อย่างใด ก่อนหน้านี้อุปกรณ์ iPhone เคยผ่านการรับรองลักษณะเดียวกันในประเทศเยอรมนี โดยได้รับการอนุมัติจากสำนักงานความมั่นคงสารสนเทศแห่งสหพันธรัฐ (BSI) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของรัฐบาลเยอรมัน
ต้องบอกว่าการรับรองจาก NATO ครั้งนี้ จริง ๆ แล้วมันคือการถูกทำให้เป็นเรื่องทางการ มากกว่าที่จะเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ จริง ๆ ผลิตภัณฑ์ของ Apple ถูกนำมาใช้จัดการข้อมูลลับกันตั้งนานแล้ว แค่ต้องผ่านการอนุมัติเป็นแต่ละกรณีไป การได้รับรองจาก NATO เลยเหมือนการขึ้นทางด่วนที่ช่วยลดขั้นตอนด้านเอกสารและการอนุมัติ ทำให้สามารถนำอุปกรณ์ไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น
ผลิตภัณฑ์ของ Apple ถูกใช้งานในหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ แม้รายละเอียดส่วนใหญ่จะเป็นความลับ แต่มีการยืนยันว่าอุปกรณ์ของ Apple ถูกพบและใช้งานในภารกิจทางทหารของสหรัฐฯ และ NATO ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 มาจนถึงปัจจุบัน
การได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการคือปี 2013 หรือสมัย iOS 6 ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FIPS (Federal Information Processing Standard) อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญหนึ่งข้อคือไม่อนุญาตให้เปิดใช้งาน Wi-Fi
ที่มา AppleInsider





