
มีรายงานมาสักพักแล้วว่า Apple มีแผนที่จะเปิดตัว MacBook ที่ใช้ชิป Apple A ซีรีส์ โดยสื่อต่างประเทศระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ Apple จะเปิดตัว MacBook รุ่นดังกล่าวในช่วงต้นปีนี้
แหล่งที่มาระบุว่า MacBook รุ่นใหม่จะมีขนาดหน้าจออยู่ที่ราว 13 นิ้ว บางแหล่งบอกอยู่ที่ 12.9 นิ้ว เปรียบเทียบกับ MacBook Air ที่มีหน้าจอขนาด 13.6 นิ้วนั้น ถือว่าเล็กกว่าเพียงเล็กน้อย
ชิ้นส่วนหน้าจอแสดงผลจะเป็น LCD ไม่มี ProMotion หรือรีเฟรชเรตสูง ความสว่างหน้าจอและการแสดงผล HDR อาจสู้กับตัวโปรไม่ได้ เมื่อวิเคราะห์จากข้อมูลที่ทราบมาแล้วนั้น มีความเป็นไปได้ว่าสเปกหน้าจอของ MacBook รุ่นประหยัดนี้อาจพอเทียบเคียงได้กับ iPad รุ่นเริ่มต้นก็เป็นได้
Apple อาจทำ MacBook ออกมาหลายสีเหมือนกับ iMac เพื่อให้เหมาะกับฐานลูกค้ากลุ่มนี้ และบ่งบอกถึงตำแหน่งของสินค้าที่ชัดเจนว่าเป็น MacBook ระดับเริ่มต้น โดยคาดว่าจะมีสีน้ำเงิน สีเงิน สีชมพู และสีเหลือง
Apple มีแผนที่จะใช้ชิป Apple A18 Pro ใน MacBook รุ่นเริ่มต้น โดยชิป Apple A18 Pro นั้นเป็นชิปที่ถูกใช้ใน iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี 3nm มีแรม 8GB ทำให้รองรับการใช้งาน Apple Intelligence
ในแง่ของการใช้งานก็ถือว่ามีประสิทธิภาพที่แรง หากเปรียบเทียบคะแนนตัวเลขจาก Geekbench 6 ก็พบว่าการประมวลผลในส่วนของ CPU ในส่วนของ Single-core นั้น Apple A18 Pro แรงพอ ๆ กับ Apple M3 Ultra เลยทีเดียว ส่วน Multi-core ก็แรงกว่าชิป Apple M1 เสียอีก ส่วนคะแนน GPU จากการทดสอบของ Metal นั้นก็ถือว่าใกล้เคียงกับ Apple M1 เหมือนกัน นับเป็นชิปที่มีประสิทธิภาพเลยทีเดียว

จากที่กล่าวถึงคะแนนของ Apple A18 Pro เทียบกับชิป Apple M ในข้างต้นนั้น การใช้งานทั่วไปอย่าง การท่องเว็บ ดูวิดีโอ ทำงานเอกสาร ตัดต่อรูปภาพทั่วไป หรือแม้แต่การตัดต่อคลิปแบบง่าย ๆ ก็สามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา
มีความเป็นไปได้ที่ชิป Apple A18 Pro จะสามารถรันแอป Final Cut Pro ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ความเร็วในการ Export ไฟล์อาจจะรู้สึกช้าเล็กน้อยหากเทียบกับกลุ่ม Apple M ซีรีส์หลัง ๆ และพอร์ตของตัวเครื่องอาจมีมาให้เพียงพอร์ตเดียว
ยังไม่มีรายละเอียดในส่วนของราคามากเท่าไหร่นัก แต่ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ราคาของ MacBook ที่ใช้ชิป Apple A18 Pro นั้น จะอยู่ต่ำกว่า 1,000 เหรียญ โดย MacBook Air มีราคาเริ่มต้นที่ 999 เหรียญ ทำให้ MacBook ราคาถูกต้องมีราคาที่ต่ำกว่านี้อย่างแน่นอน โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 799 เหรียญ หรือประมาณ 25,000 บาท
กำหนดการเปิดตัวคาดว่าจะเป็นช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ราวเดือนมีนาคม-พฤษภาคมครับ





