
ใครที่เบื่อการประชุมแบบเดิมๆ นี่คือ Fevertime กล้องที่จะมาเปลี่ยนระบบวิดีโอคอลแบบเดิมๆ ให้สนุกขึ้น ด้วยการออกแบบที่ใช้แรงบันดาลใจจากเกมอาร์เคดยุค 80

ในยุคที่การประชุมออนไลน์กลายเป็นความซ้ำซากจำเพาะหน้าจอ Zoom และ Google Meet ทีมออกแบบหัวใสได้เปิดตัวโครงการ “Fevertime” ระบบการประชุมทางกายภาพที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ โดยการหยิบเอาเสน่ห์ของเครื่องเล่นเกมยุค 80 มาผสมผสานกับนวัตกรรมการทำงานร่วมกัน
Fevertime ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์ แต่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ประกอบด้วยกล้องทรงกลมสีแดงสดบนขาตั้งหุ่นยนต์ และตัวเครื่องหลักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องเกมคอนโซลคลาสสิก มาในโทนสีเทาอ่อนตัดกับสีแดงไหม้และสีนีออน พร้อมลูกเล่นอย่าง “ตลับเกม” สำหรับเปลี่ยนโหมดการประชุม
แนวคิดหลักของ Fevertime คือการเปลี่ยนจากการต่างคนต่างจ้องหน้าจอตัวเอง มาเป็นการฉายเนื้อหาลงบนพื้นที่ส่วนกลาง (Shared Surface) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสบตาและการรับรู้ถึงพื้นที่ร่วมกัน อุปกรณ์นี้จึงทำหน้าที่เป็น “จุดศูนย์กลาง” ของห้องประชุมที่ทุกคนต้องหันเข้าหา แทนที่จะเป็นเพียงอุปกรณ์ที่วางอยู่เบื้องหลัง

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอก ระบบภายในยังถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูง ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการประชุม กำหนดเวลา และโครงสร้างงานได้ล่วงหน้า เมื่อเริ่มใช้งาน สมาชิกสามารถแชร์เนื้อหาจากอุปกรณ์ส่วนตัวขึ้นสู่จอรวมได้ทันทีแบบ Real-time
ตัว UI ออกแบบมาให้เหมือนหน้าจอเลือกด่านในเกมอาร์เคด ใช้ตัวอักษรหนาเน้นความกระชับ และการ์ดข้อมูลแบบโมดูลาร์ที่สะอาดตา การใช้สีชมพูสดใสตัดกับพื้นหลังโทนกลางช่วยสร้างพลังงานและความตื่นตัว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “Fevertime” ที่สื่อถึงช่วงเวลาที่ความคิดสร้างสรรค์พุ่งพล่านที่สุด

ทีมงานได้พัฒนาโครงการนี้ผ่านชุดโปรแกรม Adobe โดยใช้ Photoshop และ Illustrator ในการสร้างอัตลักษณ์ และ After Effects สำหรับงานเคลื่อนไหว (Motion) ที่ทำให้โลโก้และอินเทอร์เฟซดูมีชีวิตชีวา ตัวตนของแบรนด์มีความขัดแย้งที่ลงตัว ระหว่างความจริงจังของฟังก์ชันการทำงานและความสนุกสนานของวัฒนธรรมเกม
ตอนนี้ Fevertime ยังอยู่ในสถานะแนวคิดต้นแบบ ด้วยการการหยิบยืมวัฒนธรรมเกมมาใช้ไม่เพียงแต่ทำให้เทคโนโลยีดูเข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังช่วยสร้างอารมณ์ร่วมและการมีส่วนร่วมที่ขาดหายไปในการประชุมยุคดิจิทัล เป็นการตอกย้ำว่า การออกแบบที่ดีอาจไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ แต่คือการเปลี่ยนความรู้สึกของผู้ใช้งานที่มีต่อเทคโนโลยีนั้นๆ
ที่มา yankodesign





