สายเครื่องเสียง “หลักร้อย” VS. “หลักแสน” กับผลทดสอบด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ เผยให้คุณภาพแทบไม่ต่างกัน…

THE SUMMARY:

‘สายอัปเกรด’ เรียกว่าเป็นอุปกรณ์อีก 1 ชิ้นที่อยู่คู่กับวงการเครื่องเสียงมาช้านาน กับความเชื่อที่ว่า “สายราคาแพงมักให้คุณภาพเสียงดี” กว่าสายที่แถมมาในกล่องหรือสายที่มีราคาถูกกว่า ด้วยวัสดุที่ยกมาอ้างทั้ง ตัวนำ ขนาดหน้าตัดสาย รวมไปถึงฉนวนหุ้มสายต่าง ๆ แต่ทั้งหมดในแง่ของวิทยาศาสตร์ด้านเสียงแล้วมันทำให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้นจริงหรือไม่ มาหาคำตอบไปด้วยกันครับ

โดยอามีร์ (Amir) จากช่อง YouTube ชื่อว่า ‘Audio Science Review’ ได้ทดสอบสาย RCA ซึ่งเป็นมาตรฐานของเครื่องเสียงมาตั้งแต่ปี 1919 ซึ่งแม้จะผ่านมากว่า 1 ศตวรรษแล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังคงใช้กันอยู่โดยเฉพาะในวงการ Hi-Fi แอนะล็อก ทั้งแอมป์ เครื่องเล่นแผ่นเสียง และอุปกรณ์อื่น ๆ ในลักษณะเชื่อมอุปกรณ์กับอุปกรณ์โดยตรง โดยการส่งสัญญาณระดับ line-level ที่แรง และเสถียร

สำหรับการทดสอบครั้งนี้ ได้นำสาย ‘Amazon Basics’ ราคาเพียง 7 เหรียญ (ประมาณ 200 บาท) มาเปรียบเทียบกับ Kimber Kable รุ่น ‘KS 1036 Select Series’ ที่มีราคาสูงถึง 4,100 ดอลลาร์ (ประมาณ 133,000 บาท) ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์เสียงระดับวิทยาศาสตร์ ประกอบกับประสบการณ์ฟังเพลงจริงของตัวเขาเอง

เปรียบเทียบสเปกสาย

สาย RCA Amazon Basics มีความยาว 4 ฟุต กับราคาที่ใคร ๆ ก็จับต้องได้ โดยทาง Amazon ได้เคลมสายของตัวเองไว้ว่า “ให้เสียงคมชัด และประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้” พร้อมหัวแบบชุบทอง

ในขณะที่ฝั่ง Kimber Kable KS 1036 Select Series เป็นสาย RCA ระดับไฮเอนด์ ความยาว 3.3 ฟุต ที่เน้นวัสดุสุดพรีเมียม ไม่ว่าจะวัสดุตัวนำเงินบริสุทธิ์ และการผลิตที่มีความละเอียดสูง เพื่อให้ได้การส่งสัญญาณที่ดีที่สุด พ่วงมาด้วยเคส Pelican (ชื่อนี้แน่นอนว่าไม่ใช่ถูก ๆ แน่นอน)

RCA Amazon Basics
สาย RCA Amazon Basics

แต่ก็ยังมีข้อสังเกตอยู่บ้างคือสาย Kimber Kable ตัวนี้ระบบล็อกหัว ที่มีทั้งข้อดี และจุดที่ต้องระวังหากใช้งานไม่ถูกวิธี กับวัสดุพลาสติกภายในส่วนหัวต่อที่ดูไม่ค่อยแข็งแรงนักหากเทียบกับสาย RCA ทั่ว ๆ ไป

ประเด็นสำคัญ ! วิเคราะห์สัญญาณเสียงด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์

ตัวอามีร์ได้นำอุปกรณ์วิเคราะห์เสียงระดับมืออาชีพ (Audio Precision) มาเพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพของสายทั้ง 2 เส้นนี้ โดยใช้สัญญาณ sine wave 4 kHz ซึ่งปรากฎว่าพบ distortion เล็กน้อยทั้งคู่ โดยฝั่ง Kimber ยังมีสัญญาณรบกวนหรือ noise จากไฟบ้านมากกว่าเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วทั้งคู่แทบไม่ต่างกัน

ในขณะที่ผลทดสอบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Frequency response, Phase, Square wave response ที่เหมือนกัน แม้จะซูมกราฟแล้วก็ยังแยกแทบไม่ออกเช่นเดิม

จะมีแค่ในส่วนการทดสอบ jitter หรือค่าดีเลย์เท่านั้นที่สาย Amazon ทำได้แย่กว่าเล็กน้อย แต่ก็หลักพิโควินาที หรือ 1 ในล้านล้านวินาที… ซึ่งน่าจะมาจากความยาวสายที่มากกว่า ไม่ใช่คุณภาพจากวัสดุแต่อย่างใด

จากผลลัพธ์สาย RCA ราคาแพงยังจำเป็นไหม ?

อามีร์กล่าวว่าผลลัพธ์ไม่เหนือความคาดหมายนัก ซึ่งสายที่ได้มาตรฐานทั่ว ๆ ไป อย่าง Amazon Basics ก็มีคุณสมบัติที่ต้องการอย่าง noise และ distortion ที่ต่ำ และให้ bandwidth สูงอยู่แล้ว จนเรียกว่าเกินพอสำหรับใช้งานร่วมกับระบบเสียง

หากเปรียบให้เข้าใจง่าย ๆ สาย RCA ก็เหมือนทางด่วนที่ 100 เลน ดังนั้นปัญหาจึงมักไม่ได้อยู่ที่ถนน แต่อยู่ที่ตัวเมืองหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบต่างหาก

แล้วทำไมบ้างครั้งฟังแล้วถึงรู้สึกต่าง ?

ตัวอามีร์ยังยอมรับว่า บางครั้งแม้จะพิสูจน์ผลลัพธ์ด้วยเครื่องมือเฉพาะทางไปแล้ว แต่เขาก็ยังรู้ฟังถึงความต่างขณะฟังเพลงเช่นกัน ซึ่งอาจจะมาทั้งอารมณ์ในขณะนั้น หรือความคาดหวังในตัวอุปกรณ์เอง แต่หากได้ทำการ blind test ความแตกต่างเหล่านั้นก็หายไป

สรุป

สุดท้ายแล้วจากการทดลองพบว่าสาย RCA ราคาแพงไม่ได้ให้คุณภาพเสียงดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสายทั่ว ๆ ไปในตลาดก็ให้คุณภาพดีที่เพียงพอแล้ว แทนที่จะเสียเงินซื้อสายหลักหมื่นหลักแสนเอาไปลงทุนกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบ เช่น ลำโพงหรือแอมป์อาจจะคุ้มค่ามากกว่า

ที่มา: Tom’s Hardware และ Audio Science Review (YouTube)

'ช่างภาพ' ที่เขียนคอนเทนต์ได้ หาเงินซื้อเปียกให้แมว 3 ตัว ที่บ้าน

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...