
แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI ยอมรับไม่สามารถควบคุมกองทัพสหรัฐฯ ในการนำ AI ไปใช้ในปฏิบัติการทางการทหารได้
Bloomberg และ CNBC รายงานว่า อัลท์แมนกล่าวกับพนักงานว่า OpenAI ไม่มีอำนาจควบคุมวิธีที่เพนตากอนนำเทคโนโลยี AI ของบริษัทไปใช้ในปฏิบัติการทางทหาร เขาระบุว่า ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไม่ได้มีสิทธิ์ตัดสินใจเกี่ยวกับการปฏิบัติการของกองทัพ
“คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจในการปฏิบัติงาน บางคนอาจคิดว่าการโจมตีอิหร่านเป็นเรื่องดี หรือการรุกรานเวเนซุเอลาเป็นเรื่องไม่ดี แต่คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนั้น”
ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ อุตสาหกรรม AI กำลังเผชิญการถกเถียงอย่างหนัก หลังมีรายงานว่าเพนตากอนต้องการให้บริษัท AI ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของโมเดล เพื่อเปิดทางให้สามารถนำไปใช้ในภารกิจทางทหารได้มากขึ้น
รายงานยังระบุว่า ระบบ AI ถูกนำไปใช้แล้วในบางปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ เช่น การจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา รวมถึงการช่วยตัดสินใจเลือกเป้าหมายในความขัดแย้งกับอิหร่าน
ฝั่ง Anthropic บริษัทคู่แข่งของ OpenAI และผู้พัฒนาแชตบอต Claude ได้ปฏิเสธข้อตกลงกับเพนตากอน เนื่องจากกังวลว่าโมเดลของบริษัทอาจถูกนำไปใช้ในการสอดแนมประชาชนในประเทศ หรือพัฒนาเป็นอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

หลังการปฏิเสธดังกล่าวส่งผลให้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศให้ Anthropic เป็น “ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน” ซึ่งเป็นการกำหนดที่แทบไม่เคยใช้กับบริษัทสหรัฐฯ มาก่อน และอาจส่งผลกระทบทางธุรกิจอย่างรุนแรงหากมีการบังคับใช้จริง รวมถึงเพนตากอนยังประกาศข้อตกลงกับ OpenAI ซึ่งถูกมองว่าอาจเข้ามาแทนที่การใช้งาน Claude ในโครงการทางทหาร ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า OpenAI อาจยอมผ่อนคลายหลักจริยธรรมที่บริษัทอื่นปฏิเสธ
ภายหลัง อัลท์แมนพยายามลดกระแสวิจารณ์ โดยยอมรับว่าข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ และทำให้บริษัทดูเหมือน “ฉวยโอกาสและขาดความรอบคอบ” ความขัดแย้งยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อ ดาริโอ อาโมเดอี (Dario Amodei) ซีอีโอของ Anthropic ส่งบันทึกถึงพนักงาน กล่าวหาว่าอัลท์แมน “โกหก” และวิจารณ์ว่า OpenAI มีท่าทีสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ มากเกินไป
อาโมเดอียังระบุว่า หนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลทรัมป์ไม่พอใจ Anthropic อาจเป็นเพราะบริษัทไม่ได้บริจาคเงินให้ทรัมป์ ต่างจาก เกร็ก บร็อคแมน (Greg Brockman) ประธาน OpenAI ที่มีรายงานว่าบริจาคเงินราว 25 ล้านเหรียญให้กับกลุ่มระดมทุนสนับสนุนทรัมป์ร่วมกับภรรยา
ที่มา theguardian





