ทำไม OpenAI ถึงปิดตัว Sora หรือ AI ที่ใช้สร้างคลิป?

THE SUMMARY:

หลังจาก OpenAI ประกาศปิดให้บริการ Sora หรือ AI สำหรับสร้างคลิป เหตุการณ์นี้อาจสร้างความสงสัยให้ใครหลายคนงงว่าทำไมบริษัทถึงเลือกทำแบบนั้น? เบื้องหลังของการตัดสินใจครั้งนี้อาจอยู่ที่เรื่องเงินและทิศทางของ AI นั่นเองครับ

เม็ดเงินและความสามารถเป็นประเด็น

OpenAI เปิดตัว Sora อย่างยิ่งใหญ่พร้อมผู้ใช้งานพุ่งขึ้นถึงราว 1 ล้านคน ก่อนจะร่วงลงเหลือต่ำกว่า 500,000 คน ในขณะเดียวกัน Sora กลับผลาญเงินไปราว 1 ล้านเหรียญต่อวันไม่ใช่เพราะมีคนใช้เป็นจำนวนมาก แต่เพราะการสร้างวิดีโอด้วย AI มีต้นทุนสูงมาก ทุกครั้งที่ผู้ใช้สั่งให้ AI สร้างฉากแฟนตาซี คือการดึงทรัพยากร GPU ที่มีจำกัดอยู่แล้ว ออกมาใช้มากยิ่งขึ้น แหล่งข่าววงในระบุว่า ในแง่ของประสิทธิภาพนั้น Sora ถือว่าด้อยกว่าคู่แข่ง และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้

เทรเวอร์ แฮร์รีส์-โจนส์ (Trevor Harries-Jones) กรรมการบอร์ดของ Render Network Foundation ระบุว่า Sora ไม่ได้เอาชนะในหมวดการใช้งานใดเลย และตกอันดับจากอันดับต้น ๆ ถูกแซงหน้าโดยคู่แข่งอย่าง Google, Kling และอื่น ๆ เขาชี้ว่าช่องว่างระหว่างวิดีตัวอย่างที่น่าตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์จริงนั้นกว้างเกินไป และในตลาดที่นวัตกรรมเกิดขึ้นรวดเร็ว หากโมเดลไม่ได้มีความสามารถเป็นเลิศในอะไรสักอย่าง ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะดึงฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ได้

ข้อมูลจาก Sensor Tower บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลตลาดได้เผยข้อมูลซึ่งทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจน โดย Sora เปิดตัวด้วยยอดดาวน์โหลดทั่วโลกราว 4.8 ล้านครั้งในเดือนตุลาคม และพุ่งสูงสุดที่ 6.1 ล้านครั้งในเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่ตัวเลขจะดิ่งลงต่อเนื่อง เหลือ 3.2 ล้านในเดือนธันวาคม 2.1 ล้านในเดือนมกราคม 1.4 ล้านในเดือนกุมภาพันธ์ และเพียง 1.1 ล้านในช่วงต้นเดือนมีนาคมเท่านั้น

ดีล Disney ล่ม

Disney บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ทุ่มเงิน 1 พันล้านเหรียญเข้าร่วมหุ้น แต่กลับรู้ข่าวการปิดตัว Sora เพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการ และดีลของทั้ง 2 บริษัทก็พังทลายไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการล้มดีลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังผ่านไปได้ 3 เดือนเท่านั้น

ดีลดังกล่าวมีความซับซ้อนมากกว่าแค่เงินลงทุน เพราะรวมถึงการให้ Disney เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ OpenAI สร้างสิ่งใหม่ ๆ สำหรับ Disney+ และอนุญาตให้ Sora สร้างวิดีโอตัวละครจาก Disney, Pixar, Star Wars และ Marvel ได้อีกด้วย เดฟ เดวิส (Dave Davis) ประธานฝ่ายเนื้อหาของ Protege ระบุว่า Disney ยังคงเปิดรับการทำข้อตกลงกับบริษัท AI วิดีโอรายอื่น อย่าง Google, Runway, Luma หรือ Kling อยู่

คู่แข่งมาแรง

ย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ทีมพัฒนาของ OpenAI กำลังให้ความสำคัญกับความสามารถของ Sora กลับเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ Anthropic ค่อย ๆ ครองใจวิศวกรซอฟต์แวร์และลูกค้าระดับองค์กรที่เป็นแหล่งรายได้หลัก โดยเฉพาะ Claude Code ที่กำลังกลืนส่วนแบ่งตลาดของ OpenAI ไปอย่างเงียบ ๆ

OpenAI กำลังเผชิญกับคำถามจากนักลงทุนและการแข่งขันที่ดุเดือดจาก Anthropic และ Google ทำให้ผู้บริหารดูเหมือนจะเห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางของบริษัทใหม่ โดย ฟิดจิ ซิโม (Fidji Simo) ซีอีโอของ AGI ระบุว่า “เราพลาดโอกาสนี้ไม่ได้เพียงเพราะมัวแต่สนใจอย่างอื่นที่ไม่จำเป็น”

ด้วยเหตุนี้เอง ซีอีโออย่างแซม อัลต์แมน (Sam Altman) ได้ตัดสินใจยุติให้บริการและปรับโฟกัสของบริษัทใหม่ โดย OpenAI ระบุว่าต้องการใช้ทรัพยากรที่มีเพื่อการพัฒนา AI Agent และ World Simulation Research ที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ โดยเทคโนโลยีเบื้องหลังของ Sora อาจยังถูกนำมาใช้ต่อในงานวิจัยด้านนี้ต่อไป

ที่มา The Verge, TechCrunch

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...