
ช่วงนี้ OpenClaw (ชื่อเดิม ClawdBot แล้วเปลี่ยนเป็น MoltBot ก่อนเปลี่ยนเป็น OpenClaw) หรือ AI Assistant กำลังเป็นที่ฮือฮาบนโลกอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก เพราะเรียกว่าเป็น AI ที่ใกล้เคียงกับผู้ช่วยจริง ซึ่งจะทำงานแตกต่างจาก Generative AI แบบ ChatGPT หรือ Gemini ที่เราคุ้นเคยกัน
OpenClaw คือ AI ที่ขับเคลื่อนด้วย LLM แบบ Open-Source ที่รันบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของเราได้ และสามารถใช้โมเดลยอดนิยมได้หลายตัว เช่น Claude, Gemini ได้ด้วย (โมเดลกลุ่มนี้ต้องรันผ่านคลาวด์อยู่ดี) ซึ่งคือหัวใจสำคัญของ Moltbot คือรันบนคอมพิวเตอร์ของคุณแบบ Local ด้วยโมเดลที่สามารถติดตั้งในเครื่องได้ ระบบจะเก็บการตั้งค่า ความชอบ พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งาน และคำสั่งอื่น ๆ ไว้เป็นโฟลเดอร์และไฟล์ Markdown บนเครื่องของคุณโดยตรงโดยสามารถควบคุม แก้ไข ปรับแต่งได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะทำด้วยตัวเอง หรือสั่งให้ OpenClaw ปรับเปลี่ยนบางอย่างของตัวมันเองให้ตรงกับความต้องการของเราก็ได้อีก (จีเนียส)

โดยจุดเด่นของ OpenClaw มีทั้งหมด 3 อย่างที่ทำให้มันว้าว
แอปพลิเคชัน ⇄ OpenClaw Gateway ⇄ โมเดล AI + เครื่องมือ
อธิบายง่าย ๆ คือข้อความที่มาจากตัวแอปพลิเคชันอย่าง WhatsApp/Telegram/iMessage/Slack/ฯลฯ เกตเวย์จะรับข้อความเหล่านั้น ตัดสินใจว่าจะทำอะไร เรียกใช้โมเดล และอาจดำเนินการอื่น ๆ เช่น ตรวจสอบอีเมลหรือสร้างงาน ก่อนที่จะตอบกลับ เหมือน Orchestrator หรือซอฟต์แวร์หรือระบบจัดการส่วนกลางที่ทำหน้าที่ประสานงานอัตโนมัติ เช่น OpenClaw สามารถรวบรวมข้อมูลจากกล่องข้อความ แล้วนำไปใช้งานหรือเชื่อมต่อกับการทำงานในชีวิตจริงอย่างแอปปฏิทิน โน้ต อีเมล แอปบ้านอัจฉริยะ และเบราว์เซอร์ เป็นต้น
ทุกเช้า OpenClaw จะส่งรายงานประจำวันมาให้ผู้ใช้งาน โดยอิงจากปฏิทิน Notion, Todoist และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังส่งรายงานเวอร์ชันเสียงที่มีภาพวาดตลก ๆ ที่สร้างสรรค์โดยโมเดล Banana มาให้ทุกวันด้วย

สั่งใช้งาน OpenClaw บน MacBook Pro โดย MoltBot สามารถเข้าถึง Notion และยังสามารถควบคุมการใช้งาน Spotify เช่นเล่นเพลงผ่าน Spotify integration ได้อีกด้วย

อ่านมาถึงตรงนี้ก็พอจะมองภาพความเจ๋งของ OpenClaw กันออกบ้างแล้ว แต่สำหรับช่วงแรกในการติดตั้งก็ถือว่าค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร สำหรับคนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ โดยสามารถดูตามคลิปนี้ได้ครับ
การมาของ OpenClaw ก็พอจะทำให้เราเห็นภาพได้แล้วว่าทิศทางของ AI Assistant หรือผู้ช่วยแบบ AI ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ต้องมารอดูกันว่าบริษัทไหนจะสามารถทำให้ AI สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายที่สุด แต่ดูทรงแล้วอาจไม่พ้น Google และ Apple ที่มีระบบนิเวศน์ของตัวเองที่แน่นหนาอยู่แล้วด้วย
ที่มา UCSStrategies, MacStories





