จีนและประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มจะเชื่อมั่นใน AI มากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว

THE SUMMARY:

AI หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นเทคโนโลยีระดับโลก แต่ทัศนคติของผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผลสำรวจใหม่ของสหประชาชาติเผยวว่าประชาชนจีนและประเทศกำลังพัฒนามีความเชื่อมั่นใน AI สูงมาก ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วกลับไม่ได้รู้สึกเชื่อใจใน ​AI มากขนาดนั้น

ข้อมูลชุดนี้มาจาก UN Development Programme ที่สำรวจความคิดเห็นในกลุ่มคนกว่า 21,000 คน จาก 21 ประเทศ ในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 ถึงมกราคม 2025 นักวิจัยได้ถามผู้เข้าร่วมว่า “เชื่อหรือไม่ว่า AI จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด” และ “รัฐบาลจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้เพื่อยกระดับชีวิตประจำวันได้หรือไม่”

ตามรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามชาวจีนว่า 83% ระบุว่าตนมีความไว้วางใจใน AI ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในผลการสำรวจนี้ ส่วนในประเทศอย่างคีร์กีซสถาน อียิปต์ อินเดีย ไนจีเรีย และปากีสถาน กว่า 60% มีความเชื่อมั่นใจใน AI ซึ่งประเทศเหล่านี้ไม่ได้จะกอยู่ในประเทศที่มีการพัฒนาสูงสำหรับ UN สำหรับประเทศพัฒนาแล้วอย่าง สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ออสเตรเลีย และกรีซ กลับไม่ได้เชื่อมั่นใน AI มากขนาดนั้น ยกเว้นประเทศญี่ปุ่นที่กลุ่มตัวอย่างกว่า 65% เชื่อมั่นใน AI

สาเหตุสำคัญที่ประเทศกำลังพัฒนาให้ความเชื่อมั่นกับ AI มากกว่าประเทศพัฒนาแล้วมาจากประโยชน์ที่จับต้องได้จริงจาก AI เช่น การพัฒนาด้านเกษตร การดูแลสุขภาพทางไกล หรือการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพของบริการสาธารณะ ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้คนมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว การแทนที่แรงงาน การบิดเบือนข้อมูล และความถูกต้องของอัลกอริทึม

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือสัดส่วนการใช้จริงของ AI จากข้อมูลพบว่าในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยถึงปานกลาง (low–medium HDI) มีประชาชนเพียง 14.4% ที่ใช้ AI ในชีวิตประจำวันภายใน 1 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ในกลุ่มประเทศพัฒนาสูงและสูงมาก (รวมจีน) ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 19–23.6%

ที่มา CNET

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...