
ช่วงที่ผ่านมา Apple เผชิญกับกระแสวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้าน AI โดยเฉพาะหลังจากการเลื่อนเปิดตัวความสามารถใหม่ ๆ ของ Siri ที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะทำให้ภาพจำเรื่อง AI ของ Apple ดูดีขึ้น แต่การเลื่อนการเปิดตัวทำให้ Apple ยิ่งดูเป็นผูตามไปมากขึ้นกว่าเดิม
แม้ช่วงปีที่ผ่านมา Apple จะดูไม่มีภาพการพัฒนาด้าน AI มากเท่าไหร่นัก แต่ปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกมากยิ่งขึ้น นักวิเคราะห์จาก Wall Street เริ่มแสดงความคิดเห็นกันว่า การที่ Apple ไม่ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลให้กับเฉพาะ AI เป็นการกระจายความเสี่ยงที่ฉลาดมาก ๆ อีกทั้งยังเป็นข้อได้เปรียบในระยะยาว แทนที่จะเป็นจุดอ่อนแบบที่หลายคนมอง
แอรอน ทิลลีย์ (Aaron Tilley) จาก The Information ระบุว่า ตามที่มีรายงานกันมาคือ Apple จะใช้โมเดล AI ของ Google อย่าง Gemini มาขับเคลื่อน Siri แต่ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการระยะยาวของ Apple เกี่ยวกับ AI ด้วย โดย Apple ยังมีทีมที่พัฒนาโมเดล AI ภายในองค์กรของตนเอง ซึ่งผู้บริหารระดับสูงบางส่วนของ Apple เชื่อว่า LLMs จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ ไม่ได้สร้างความแตกต่างเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว การทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโมเดลของตนเองตั้งแต่ตอนนี้ จึงอาจไม่ใช่การลงทุนที่คุ้มค่าในมุมมองของ Apple
แนวคิดดังกล่าวช่วยอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไม Apple จึงเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น เช่น OpenAI, Meta หรือ Google ซึ่งต่างลงทุนอย่างหนักในการสร้างและฝึกโมเดลภาษา AI ขนาดใหญ่ ในขณะที่ Apple เลือกเดินเกมอย่างระมัดระวังและไม่เร่งรีบ หากดังกล่าวเป็นจริง และ LLMs กลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ทุกบริษัทเข้าถึงได้ ความสำเร็จด้าน AI ของ Apple ก็จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีโมเดลที่ล้ำหน้าที่สุด แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุม การผสานการทำงานของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการต่าง ๆ ที่ AI ทำงานอยู่ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ Apple มีมาโดยตลอด
ปัจจุบัน Apple ยังคงเป็นบริษัทที่มีความได้เปรียบอย่างมากในด้านการออกแบบฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการ และระบบนิเวศ หาก AI ถูกนำมาใช้งานได้อย่างแนบเนียนบนพื้นฐานเหล่านี้ก็อาจสร้างประสบการณ์การใช้งานที่โดดเด่นได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของโมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดในตลาด
สรุปคือ กลยุทธ์ AI ของ Apple ไม่ได้เกิดจากความล่าช้าหรือการตามไม่ทันคู่แข่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากมุมมองเชิงกลยุทธ์ระยะยาวต่อทิศทางของเทคโนโลยี AI และบทบาทของ LLMs ในอนาคตนั่นเอง
ที่มา 9to5Mac





