
สื่อต่างประเทศรายงานว่า Apple ได้ปรับโครงสร้างทีม AI ใหม่ โดยให้เครก เฟเดอริกกี (Craig Federighi) เข้ามาคุมใหม่หลังได้แนวทางที่ชัดเจนคือการใช้โมเดล AI จากภายนอก หลังจากเผชิญความล่าช้าและการขัดแย้งภายในอยู่ช่วงหนึ่ง
The Information รายงานว่า แนวทางการพัฒนา AI ของ Apple มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าเครก เฟเดอริกกี หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์ของ Apple เป็นหัวหอกหลักในการเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากเฟเดอริกกีได้เข้ามารับผิดชอบดูทีม AI ของบริษัทโดยตรง มีบทบาทที่สำคัญในการตัดสินใจอนาคตของ Siri รวมถึงฟีเจอร์ AI อย่าง Apple Intelligence ของ Apple ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ด้วย

ปลายปีที่แล้ว เฟเดอริกกีได้กล่าวคำปราศรัยในการประชุมร่วมของทีมซอฟต์แวร์และทีม AI ของ Apple โดยทั้ง 2 ทีมจะมีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งส่งสัญญาณความไม่พอใจกับความเร็วในการพัฒนา AI ของบริษัท
เดือนธันวาคมที่ผ่านมา Apple ได้มอบอำนาจการบริหารงานด้าน AI ทั้งหมดให้กับเฟเดอริกกี โดย Siri ถูกแยกออกมาจากแผนก AI มาอยู่ภายใต้ทีมซอฟต์แวร์ ล่าสุด Google ได้ประกาศความร่วมมือกับ Apple ในการให้ Apple ใช้โมเดล Gemini ของ Google ในการขับเคลื่อน Apple Intelligence รวมถึง Siri เวอร์ชันใหม่ ซึ่งมุมมองของเฟเดอริกกีคือ การนำโมเดลภายนอกเข้ามาทำงานร่วมกันนั้นจะทำให้ Apple สามารถพัฒนา Siri และ Apple Intelligence ได้ไวขึ้น
บุคคลภายในของ Apple ให้ข้อมูลว่า เฟเดอริกกีเป็นบุคคลที่บริหารโดยคำนึงถึงต้นทุนเป็นอย่างมาก เขาไม่เชื่อมั่นในการลงทุนที่มีผลตอบแทนไม่แน่นอน แนวทางนี้แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากคู่แข่งอย่าง OpenAI, Meta Platforms และ Google ซึ่งลงทุนหลายหมื่นล้านเหรียญไปในศูนย์ข้อมูล ชิป และนักวิจัย AI ซึ่ง Apple พยายามจำกัดค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเน้นการประมวลผลบนอุปกรณ์และการใช้ระบบ Private Cloud Compute ซึ่งใช้ชิป Apple Silicon บริษัทเชื่อว่าการใช้งานฟีเจอร์ AI ของผู้บริโภคส่วนใหญ่จะสามารถจบบนอุปกรณ์ได้ ตอนนี้ Apple กำลังรอให้ต้นทุนการประมวลผล AI และบุคลากรลดลง

แหล่งที่มาระบุว่า พื้นฐานของเฟเดอริกกีคือเป็นคนที่ไม่ชอบซอฟต์แวร์ที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่ง AI นั้นคาดเดาไม่ได้และควบคุมได้ยาก เขาจึงชอบพฤติกรรมของซอฟต์แวร์ที่กำหนดได้ชัดเจน ในระหว่างการตรวจสอบการออกแบบ เฟเดอริกกีปฏิเสธการใช้ AI ในการจัดหน้าโฮมของ iPhone แบบไดนามิก โดยให้เหตุผลว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ผู้ใช้งานสับสน
ความเห็นที่ไม่ลงรอยกันเรื่อง AI นั้นก็มีมาได้สักพักแล้ว ช่วงปี 2019 มีรายงานว่าไมค์ ร็อกเวล์ (Mike Rockwell) หัวหน้าในการพัฒนา Apple Vision Pro แสดงความคิดเห็นเรื่องอินเทอร์เฟซที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยร็อกเวลล์ได้วิจารณ์แนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ของเฟเดอริกกีว่าอนุรักษ์นิยมเกินไป ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา ต่อมาร็อกเวลล์ได้รับมอบหมายให้ดูแล Siri ในต้นปี 2025 และปัจจุบันรายงานตรงต่อเฟเดอริกกี
เฟเดอริกกีรู้เรื่อง LLM มาก่อนหน้าแล้ว แต่ยังไม่มั่นใจในประสิทธิภาพว่าจะทำออกมาได้ดีขนาดไหน จนกระทั้ง OpenAI เปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 คนใกล้ตัวของเฟเดอริกกีบอกว่าเขามีความมั่นใจมากขึ้นว่ามันสามารถสร้างประโยชน์ได้หลังจากได้ลองใช้งาน พร้อมกับสั่งให้ทีมศึกษาการใช้งานในผลิตภัณฑ์ของ Apple
แม้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า Apple จะร่วมมือกับ Google แต่ Apple ก็วางแผนที่จะพัฒนาโมเดล AI ของตนเองต่อไป โดยเฉพาะโมเดลที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานบนอุปกรณ์ต่าง ๆ มีรายงานว่า Apple ตั้งใจที่จะลดขนาดและปรับปรุงโมเดลที่ได้มาจากพันธมิตรภายนอก เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนฮาร์ดแวร์ของ Apple ลดการพึ่งพาในระยะยาว เพื่อให้บนนลุเป้าหมายนี้ได้ Apple กำลังพิจารณาเข้าซื้อกิจการบริษัท AI ขนาดเล็กที่เชี่ยวชาญด้านการลดขนาดและเพิ่มประสิทธิภาพโมเดล
ที่มา MacRumors





