
หลายองค์กรพยายามผลักดันให้พนักงานใช้ AI มากขึ้น เพื่อช่วยลดภาระงาน แต่ผลวิจัยพบว่า AI กลับทำให้งานเพิ่มขึ้น รวมถึงสร้างภาวะหมดไฟให้กลุ่มที่ใช้งาน AI เก่ง
แม้ผู้นำองค์กรหลายคนคาดหวังว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ความเป็นจริงผลลัพธ์ที่ได้กลับมาพร้อมกับ “ต้นทุน” ใหม่ที่เพิ่มขึ้น จากงานวิจัยจาก UC Berkeley ที่ติดตามบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ที่มีพนักงานราว 200 คน เป็นเวลา 8 เดือน พบว่า AI ไม่ได้ทำให้งานลดลง แต่กลับทำให้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจาก AI ช่วยให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น รับผิดชอบงานมากขึ้น และขยายเวลาทำงานออกไปนานขึ้น แต่ส่วนใหญ่เกิดจากความสมัครใจของพนักงานเอง ไม่ใช่นโยบายบังคับของบริษัท งานวิจัยพบรูปแบบสำคัญ 3 ด้าน คือ
1. ขอบเขตงานกว้างขึ้น พนักงานเริ่มทำงานที่เดิมไม่ใช่หน้าที่ของตน เช่น ผู้จัดการผลิตภัณฑ์หรือนักออกแบบเริ่มเขียนโค้ด หรือทำงานที่เคยจ้างภายนอก แม้จะเริ่มจากการทดลองเล็ก ๆ แต่เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้ภาระงานเพิ่มขึ้น และยังเพิ่มภาระให้ผู้เชี่ยวชาญที่ต้องตรวจสอบงานจาก AI ด้วย
2. เส้นแบ่งงานกับชีวิตส่วนตัวเลือนลาง AI ทำให้เริ่มต้นงานได้ง่าย พนักงานจึงมักทำงานสั้น ๆ ระหว่างพักหรือช่วงเวลาว่าง เช่น ระหว่างประชุมหรือรอไฟล์โหลด ทำให้การทำงานแทรกเข้าไปในเวลาพักผ่อน และยากที่จะตัดขาดจากงาน
3. การทำงานหลายอย่างพร้อมกันมากขึ้น พนักงานต้องจัดการทั้งงานของตัวเองและผลลัพธ์จาก AI เช่น รันเอเจนต์หลายตัวหรือให้ AI สร้างทางเลือกต่าง ๆ พร้อมกัน แม้ดูเหมือนมี “ผู้ช่วย” แต่จริง ๆ แล้วต้องคอยตรวจสอบและสลับความสนใจตลอดเวลา ทำให้ภาระทางความคิดเพิ่มขึ้น
ผลลัพธ์ที่ตามมากลายเป็นควงจร: AI ทำให้งานเร็วขึ้น → ความคาดหวังด้านความเร็วสูงขึ้น → พนักงานพึ่งพา AI มากขึ้น → ขอบเขตงานขยายตัว → ปริมาณงานเพิ่มขึ้นอีก แม้พนักงานจะรู้สึกว่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หลายคนก็ไม่ได้รู้สึกว่างานลดลง บางคนกลับรู้สึกว่างานเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

งานวิจัยอื่นก็พบแนวโน้มคล้ายกัน เช่น การทดลองหนึ่งพบว่า นักพัฒนาที่ใช้ AI ใช้เวลาทำงาน มากขึ้น 19% แม้จะรู้สึกว่าทำงานเร็วขึ้น 20% ขณะที่การศึกษาของ National Bureau of Economic Research (NBER) พบว่าการใช้ AI ช่วยประหยัดเวลาได้เพียง ประมาณ 3% และแทบไม่ส่งผลต่อรายได้หรือชั่วโมงทำงาน
แม้ AI อาจช่วยเพิ่มผลิตภาพในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจนำไปสู่ความเครียด ความเหนื่อยล้า ภาวะหมดไฟ และคุณภาพงานที่ลดลง ดังนั้นองค์กรจึงควรกำหนด “แนวปฏิบัติด้าน AI” เพื่อควบคุมการใช้งาน เช่น กำหนดช่วงพักที่ชัดเจน จัดลำดับจังหวะการทำงาน และรักษาพื้นที่สำหรับการสื่อสารระหว่างมนุษย์
ท้ายที่สุด ศักยภาพของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่สิ่งที่มันทำแทนมนุษย์ได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรจะออกแบบวิธีใช้มันอย่างไร หากไม่มีกรอบที่ชัดเจน AI อาจสร้างปัญหาใหม่ให้โลกการทำงานในระยะยาวได้เช่นกัน
ที่มา hbr / techcrunch.





