
Peter Steinberger ประกาศร่วมงานกับ OpenAI เพื่อผลักดันภารกิจสร้าง “เอเจนต์ AI สำหรับทุกคน” พร้อมยืนยันว่าโครงการ OpenClaw จะปรับโครงสร้างเป็นมูลนิธิ และยังคงความเป็นโอเพนซอร์สและความเป็นอิสระต่อไป
OpenClaw (เดิมชื่อ Clawdbot และ Moltbot) เปิดตัวเมื่อเดือนที่ผ่านมา และกลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็วจากความสามารถในการทำงาน ตัดสินใจ และดำเนินการแทนผู้ใช้แบบอัตโนมัติ ความนิยมเพิ่มขึ้นจากการพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย และการใช้งานทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
ด้านผู้พัฒนาอย่าง Peter Steinberger เรียกว่าเนื้อหอมสุด ๆ มีข้อเสนอการลงทุนและคำแนะนำมากมาย รวมถึง Meta และ OpenAI ที่สนใจดึงตัวเขาไปร่วมงาน

เป้าหมายของเขาไม่ใช่การสร้างบริษัทขนาดใหญ่ แต่คือการสร้างเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และสร้างแรงบันดาลในวงกว้าง Steinberger ระบุว่าภารกิจต่อไปคือการพัฒนาเอเจนต์ AI ที่ใช้งานได้ง่ายจน “แม้แต่แม่ของเขาก็ใช้ได้” ซึ่งต้องอาศัยการวิจัยขั้นสูง ความรอบคอบด้านความปลอดภัย และการเข้าถึงโมเดลล่าสุด เขามองว่าการร่วมงานกับ OpenAI เป็นเส้นทางที่เร็วที่สุดในการทำให้วิสัยทัศน์นี้เกิดขึ้นจริง
แม้ OpenClaw จะมีศักยภาพเติบโตเป็นบริษัทใหญ่ แต่เขาเลือกเส้นทางที่สอดคล้องกับตัวตนในฐานะนักสร้างสรรค์มากกว่า พร้อมเผยว่า OpenAI ให้คำมั่นสนับสนุนทั้งด้านเวลาและเงินทุน เพื่อให้โครงการเติบโตในฐานะพื้นที่เปิดสำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ที่ต้องการอำนาจควบคุมข้อมูลของตนเอง
เขาแสดงความตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมแนวหน้าการวิจัย AI และร่วมสร้างอนาคตของเทคโนโลยีไปกับทีม OpenAI ขณะเดียวกันก็รักษาจิตวิญญาณแบบโอเพนซอร์สของ OpenClaw ไว้อย่างชัดเจน
แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI โพสต์ถึงเขาบน X ว่า “เขาเป็นอัจฉริยะที่มีไอเดียที่น่าทึ่งมากมายเกี่ยวกับอนาคตของเอเจนต์อัจฉริยะที่โต้ตอบกันเพื่อทำสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้คน เราคาดว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์ของเราอย่างรวดเร็ว”
แม้ไม่มีการเปิดเผยมูลค่าข้อตกลง แต่ตลาด AI กำลังแข่งขันรุนแรง โดยหลายบริษัททุ่มงบมหาศาลดึงตัวผู้เชี่ยวชาญ เช่น การที่ OpenAI เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ io ของ Jony Ive รวมถึงการลงทุนหนักของ Meta และ Google
ปัจจุบัน OpenAI มีมูลค่าราว 500 พันล้านเหรียญ และเผชิญการแข่งขันจาก Anthropic และ Google โดยเฉพาะโมเดล Claude ของ Anthropic ที่ได้รับความนิยมในงานเขียนโค้ดและงานระดับมืออาชีพ
การที่ OpenClaw ยังขยายตัวรวดเร็วในจีน รองรับโมเดลภาษาท้องถิ่นอย่าง DeepSeek และมีรายงานว่า Baidu เตรียมเปิดให้ผู้ใช้แอปหลักเข้าถึงได้โดยตรงทำให้ OpenAI มีโอกาสเพิ่มขึ้น
แต่ความเปิดกว้างและความสามารถในการปรับแต่งสูงของ OpenClaw ทำให้นักวิจัยบางส่วนกังวลถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ที่มา trendingtopics / steipete / cnbc





