
AGIBOT จัดงาน “AGIBOT NIGHT” ที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมถ่ายทอดสดงานกาล่าความยาว 60 นาที พร้อมได้รับการยกย่องว่าเป็นงานวัฒนธรรมขนาดใหญ่ครั้งแรกที่หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ทำหน้าที่เป็นผู้แสดงหลักทั้งหมด

งานนี้เรียกว่าแตกต่างจากรูปแบบเดิมที่มนุษย์เป็นศูนย์กลางของเวที ด้วยการเปิดพื้นที่ให้หุ่นยนต์นำเสนอการแสดงหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเต้น ตลก ดนตรี และมายากล เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันปัญญาประดิษฐ์แบบมีตัวตน (Embodied AI) ออกจากสภาพแวดล้อมในห้องปฏิบัติการ เข้าสู่บริบททางสังคมและความบันเทิงในโลกจริง พร้อมทั้งทดสอบเสถียรภาพและศักยภาพในการประสานงานของหุ่นยนต์หลายตัวที่ทำงานร่วมกัน
ตลอดการแสดง หุ่นยนต์แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวและการซิงโครไนซ์ขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการตีลังกา การหมุนตัวอย่างรวดเร็ว การเดินแบบ หรือการเต้นหมู่ขนาดใหญ่ โดยสามารถรักษาจังหวะ ความสมดุล และความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ
การแสดงแบบผสมผสานระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ก็เป็นอีกไฮไลต์สำคัญ นักเต้นมนุษย์ร่วมแสดงกับหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์รุ่น AGIBOT G2 และหุ่นยนต์สี่ขา D1 โดยเน้นการประสานงานแบบเรียลไทม์ระหว่างการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ยังมีการแสดงมายากลร่วมกับนักมายากลมนุษย์ การแสดงมายากลโดยหุ่นยนต์ และละครตลกที่เน้นการแสดงออกทางพฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์ระหว่างหุ่นยนต์หลายตัว รวมถึงความร่วมมือกับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคและไลฟ์สไตล์ เพื่อสะท้อนศักยภาพการใช้งานนอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรม

ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์รุ่นต่าง ๆ ของ AGIBOT อย่างครบถ้วน หุ่นยนต์ A2 ขนาดเต็มตัวสาธิตการโต้ตอบแบบหลายรูปแบบและระบบนำทางอัตโนมัติ รุ่น X2 แสดงความสามารถด้านการสนทนาและการเคลื่อนไหวเชิงแสดงออก รุ่น G2 เน้นศักยภาพด้านการจัดการและขนส่งในอุตสาหกรรม ส่วนหุ่นยนต์สี่ขา D1 แสดงความคล่องตัวในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน
งานกาล่านี้มุ่งเน้นการแสดงความน่าเชื่อถือในระดับระบบและความพร้อมในการใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทในการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์มากกว่า 5,000 ตัวทั่วโลกภายในสิ้นปี 2025 งานครั้งนี้จึงสะท้อนศักยภาพในการขยายขนาดธุรกิจและความพร้อมสู่ตลาดโลก
การจัดงานในช่วงเทศกาลตรุษจีนยังช่วยเน้นย้ำมิติทางวัฒนธรรมของหุ่นยนต์ โดยนำเสนอภาพลักษณ์ของหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ในฐานะผู้มีส่วนร่วมในกิจกรรมและประสบการณ์ทางสังคมของมนุษย์ ไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงในภาคอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมอีกต่อไป
ที่มา ubergizmo





