
‘Are you dead?’ ขึ้นแท่นแอปไวรัลในจึนเพื่อช่วยเช็กว่าผู้ใช้ ยังมีชีวิต อยู่หรือไม่ สะท้อนความโดดเดี่ยวของคนในเมืองใหญ่
แอปฯ นี้มีชื่อว่า Are You Dead? ซึ่งแปลตรงตัวว่า “คุณตายแล้วหรือยัง” ซึ่งแอปนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้คนหนุ่มสาวจำนวนมากที่อาศัยอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่ของจีน แอปพลิเคชันนี้อธิบายตัวเองว่าเป็นผู้ช่วยด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล “ไม่ว่าคุณจะเป็นมืออาชีพที่อาศัยอยู่คนเดียว นักเรียนที่เรียนอยู่ไกลบ้าน หรือใครก็ตามที่เลือกใช้ชีวิตอย่างอิสระ”
ชื่อแอปในภาษาจีนกลางว่า “Si Le Ma” ดูเหมือนจะเป็นการเล่นคำกับชื่อแอปส่งอาหารยอดนิยมของจีนแอปหนึ่งคือ “E Le Ma” ซึ่งแปลว่า “คุณหิวไหม?”
หลักการทำงานก็ง่ายมากคือ ผู้ใช้จะต้องเช็กอินทุกๆ 2 วันด้วยการกดปุ่มในแอปเพื่อยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ หากผู้ใช้ไม่ได้ยืนยันความปลอดภัยของตนเองในแอปเป็นเวลาหลายวัน ระบบก็จะส่งการแจ้งเตือนไปยังบุคคลหรือรายชื่อฉุกเฉินที่ตั้งเอาไว้

จริงๆ แล้วแอปนี้ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรีเมื่อเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว แต่หลังจากที่แอปนี้เป็นกระแส มีคนโหลดมากขึ้นส่งผลให้ทางบริษัทได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นแอปแบบเสียเงินแทน โดยมีค่าโหลด 8 หยวนหรือประมาณ 36 บาท แต่ก็ยังสามารถติดอันดัแอปพลิเคชันแบบเสียเงินที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดใน App Store ของ Apple ในประเทศจีนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
แอปนี้ยังจดทะเบียนในต่างประเทศภายใต้ชื่อ “เดมูมู” (Demumu) และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ติดอันดับแอปยอดนิยม 2 อันดับแรกในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และฮ่องกง รวมถึงติดท็อป 4 ในออสเตรเลียและสเปน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ากระแสความนิยมนี้มาจากการใช้งานของชาวจีนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

เอียน กัว หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่าเขาประหลาดใจกับความสำเร็จของแอปพลิเคชันนี้ที่ใช้ต้นทุนในการสร้างน้อยกว่า 150 เหรียญ (4,690 บาท) แต่ปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านเหรียญ (469 ล้านบาท)
เขาและผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คนเป็นสมาชิกของกลุ่มคนรุ่นหลังปี 1995 ในประเทศจีน ได้รับแรงบันดาลใจจากความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย
“ผมเคยอยู่คนเดียวในเซินเจิ้นเป็นเวลานาน ดังนั้นผมจึงเข้าใจปัญหาต่างๆ ที่คนเราต้องเผชิญเมื่ออยู่คนเดียว ความรู้สึกเหงาและไม่ปลอดภัย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เราเห็นโอกาสนี้และถามตัวเองว่าเราสามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วหรือไม่”
แม้ว่าแนวคิดอาจฟังดูหดหู่ แต่ความนิยมของแอปพลิเคชันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางประชากรในประเทศจีน ซึ่งการขยายตัวของเมือง อัตราการแต่งงานที่ลดลง และชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ทำให้หลายคนรู้สึกโดดเดี่ยว ด้านหนังสือพิมพ์ Global Times คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 จีนซึ่งมีประชากร 1.4 พันล้านคน อาจมีครัวเรือนที่มีสมาชิกเพียงคนเดียวถึง 200 ล้านครัวเรือน
วิลสัน ฮ่าว วัย 38 ปี ซึ่งต้องใช้ชีวิตห่างจากครอบครัวราว 100 กิโลเมตร ทำงานอยู่ในกรุงปักกิ่ง จะเดินทางกลับไปหาภรรยาและลูกสัปดาห์ละสองครั้ง “ผมกังวลว่า หากเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมอาจเสียชีวิตอยู่คนเดียวในที่พักที่เช่าไว้โดยไม่มีใครรู้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมโหลดแอปนี้มาใช้ และตั้งให้แม่ของผมเป็นผู้ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน”
ลิซ่า หลี่ ครูสอนภาษาอังกฤษวัย 23 ปี กล่าวว่า “แอปนี้ค่อนข้างไร้สาระ ฟังดูเหมือนเรื่องตลกมากกว่า “ฉันกลัวว่าถ้าฉันลืมเช็คอิน คนจะคิดว่าฉันตายจริง ๆ” เธอคิดว่าคนส่วนใหญ่ดาวน์โหลดแอปนี้เพราะความอยากรู้อยากเห็น “บางคนกังวลจริงๆ ว่าถ้าพวกเขาตายไปแล้วจะไม่มีใครหาพวกเขาเจอ” โดยชี้ให้เห็นถึงกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังในหมู่คนหนุ่มสาวชาวจีนที่ทำงานในบริษัทเทคโนโลยี ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันหลังทำงานหนักมาเป็นเวลานาน
ชุย ซีเยว่ นักวางแผนงานแสดงสินค้าในปักกิ่ง กล่าวว่าเธอดาวน์โหลดแอปนี้ ตอนที่เธอ กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิต “แค่การผ่านพ้นไปแต่ละวันในตอนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ตอนแรกที่ฉันได้แอปมา ฉันเช็คอินทุกวัน แต่ฉันก็ไม่ได้ใช้มันต่อเนื่องนานนัก ฉันอาจจะไม่ต้องการมันอีกแล้ว เพราะฉันเลิกคิดถึงเรื่องมืดมนเหล่านั้นแล้ว”
นอกจากนั้นยังมีผู้แสดงความคิดเห็นบางส่วนในโซเชียลมีเดียของจีนต่างสงสัยในประโยชน์ของแอปนี้
แม้ความสำเร็จของแอปพลิเคชันนี้ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากชื่อที่สะดุดหูและชวนพูดถึง แต่บริษัทผู้พัฒนาอย่าง มูนสเคป เทคโนโลยีส์ (Moonscape Technologies) ระบุว่า ขณะนี้กำลังรับฟังเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับชื่อแอปในปัจจุบัน และอยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนชื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ความเหงาเป็นปัญหาที่น่ากังวลสำหรับผู้สูงอายุในประเทศจีนมานานแล้ว โดยประชากรมากกว่า 1 ใน 5 มีอายุมากกว่า 60 ปี เมื่อสมาชิกในครอบครัวที่อายุน้อยกว่าย้ายจากชนบทเข้าสู่เมือง พวกเขามักจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่การแยกตัวทางสังคมก็เป็นปัญหาสำหรับคนหนุ่มสาวชาวจีนเช่นกัน ซึ่งลังเลที่จะแต่งงานและมีลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้นและการแข่งขันในตลาดงาน
หยูหยิง ตง ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงมองว่า แอปนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่คนเดียว ในระดับหนึ่งมันออกแนวประชดประชันมากกว่า แต่แอปนี้อาจทำให้ผู้คนได้ไตร่ตรองถึงชีวิตโสดของตนเอง”
ตงกล่าวว่า ความเหงาเป็นปัญหาที่น้อยกว่าสำหรับคนหนุ่มสาวมากกว่าคนสูงอายุ เพราะพวกเขา “ปรับตัวได้ดีกว่า” กิจกรรมบางอย่างสามารถทำนอกโลกออนไลน์ได้ คนหนุ่มสาวสามารถหาวิธีเอาชนะความเหงาของตนเองได้ หากพวกเขามีความตั้งใจจริง





