เชื่อว่าหลายคนเคยรู้สึกหงุดหงิดขณะขับรถอาจเป็นเพราะมีคนปาดหน้า ฝ่าไฟแดง หรือขับแทรกเข้ามาแบบกระชั้นชิด และอื่น ๆ แต่เส้นแบ่งระหว่างความหงุดหงิด กับ พฤติกรรมก้าวร้าวบนท้องถนนคือการลงมือโต้ตอบหรือเอาคืน ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของเราเองและคนรอบข้างด้วย
อารมณ์ร้อนจนนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวบนท้องถนน หรือ Road Rage คือความโกรธอย่างรุนแรงที่เกิดจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการขับรถ โดยผู้ขับขี่ที่ไปถึงขั้น Road Rage มักจะแสดงออกในลักษณะของการเอาคืนบนท้องถนน ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้ขับจะมีความคิดว่าตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ และไม่ได้รับความยุติธรรมบนท้องถนน ทำให้โกรธจนการควบคุมในช่วงเวลานั้นอาจเป็นเรื่องยากจนมีเหตุให้ต้องกระทบกระทั่งกัน
แม้เหตุการณ์บนท้องถนนส่วนใหญ่จะจบลงไปด้วยการด่ากัน แต่ก็ไม่เสมอไปที่ไม่เกิดความรุนแรง ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บประมาณ 12,610 คน และมีผู้เสียชีวิต 218 คนจากสถานการณ์ Road Rage เหตุการณ์ขับขี่สหรัฐอเมริกากว่า 37% มีการใช้ปืนด้วยซ้ำ
ผู้ขับขี่แต่ละคนจะมีการแสดงอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่รูปแบบของ Road Rage ที่พบบ่อยมีดังนี้
- ตะโกนด่า
- บีบแตร
- ขับรถจี้ท้าย หรือไล่ตามไปเรื่อย ๆ
- ขวางการจราจรหรือไม่ให้เป้าหมายเปลี่ยนเลน
- ตั้งใจปาดหน้า
- ท้าทายนอกรถ
- ตั้งใจชน
- ขับส่ายไปมา
- ขับรถขึ้นทางเท้าหรือเกาะกลางถนน
สาเหตุของ Road Rage
นักจิตบำบัด อนา โจวาโนวิช (Ana Jovanovic) กล่าวกับทาง NBC News ว่า การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเราในช่วงแรกนั้นไม่เกี่ยวกับการขับรถเลย เราอาจมีความไม่พอใจอะไรแต่ละวันบางอยู่แล้ว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการปล่อยให้ความโกรธเข้ามาครอบงำจิตใจของเรา จนกระทั่งมันแทรกซึมและส่งผลกระทบต่อสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ขณะนั้น เช่น การขับรถ ที่แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการโกรธตั้งแต่แรกเลยก็ตาม
ปัจจัยที่พบได้บ่อยในเหตุการณ์ Road Rage ได้แก่
- การจราจรติดขัด: ไม่มีใครชอบรถติด แต่คนขับรถที่ใจ้ร้อนมาก ๆ จะหงุดหงิดได้เร็วกว่า และถูกกระตุ้นอารมณ์ได้ง่าย
- ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน: สำหรับบางคน รถก็เหมือนอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีใครรู้ว่าคนขับคือใครจึงใช้เป็นทางแสดงกิริยาไม่เหมาะสมได้
- อาจถูกโดนปั่นได้: การที่เราเห็นรถคันอื่นขับกึ่งกวนสมาธิ เช่น ส่ายไปมา ขับปาดหน้า ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหัวร้อนได้เช่นกัน การหลีกเลี่ยงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการเผชิญหน้ากับรถที่อาจต้องการปั่นหัวเล่น
- ใจร้อน: คนขับรถที่ใจร้อนมีแนวโน้มจะขับรถแบบเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะเชื่อว่าธุระของตนสำคัญกว่าของคนอื่นหรือสิ่งรอบช้าง
การป้องกัน
- ทำให้อารมณ์เย็นลงก่อน: อย่าใช้การขับรถเป็นวิธีระบายอารมณ์เมื่อเรากำลังโกรธอยู่แล้ว เพราะอาจทำให้ความโกรธแย่ลงกว่าเดิมได้
- อย่าขับรถจี้ท้าย: แม้ว่ารถคันหน้าจะขับช้าในเลนเร็ว การขับรถจี้ท้ายก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย อย่างดีที่สุด คนขับคันหน้าอาจจะไม่ได้สนใจ แต่หากเป็นเหตุการณ์ที่แย่ที่สุด อีกฝ่ายอาจไม่พอใจและเกิดการโต้ตอบได้ ซึ่งอาจเสียเวลากว่าเดิม
- อย่าบีบแตรโดยไม่จำเป็น: มีบางสถานการณ์ที่การบีบแตรเบา ๆ อาจเหมาะสม เช่น รถคันหน้าจอดนิ่งตอนสัญญาณไฟเขียว แต่การบีบแตรเพราะความหงุดหงิดล้วน ๆ เป็นพฤติกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และสร้างความรำคาญให้กับทุกคนรอบข้าง
- มีความเห็นอกเห็นใจ: ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ในบางสถานการณ์รถคันอื่นอาจไม่ได้ตั้งใจ เช่น บางคนอาจขับรถช้าเพราะเขาอาจกำลังหลงทาง เป็นต้น
ที่มา Topdriver