
Bosch รุกยานยนต์ เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI extension platform ใหม่ หน่วยประมวลผล AI สมรรถนะสูง ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับห้องโดยสารอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ยุคใหม่ในงาน CES 2026

อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อซอฟต์แวร์และ AI กลายเป็นหัวใจหลักของประสบการณ์การขับขี่และการใช้งานภายในห้องโดยสารในอนาคต Bosch คือหนึ่งในผู้บุกเบิกที่เดินหน้าอย่างจริงจังในการนำ AI เข้ามายกระดับรถยนต์ เปลี่ยนห้องโดยสารจากพื้นที่ใช้งานธรรมดาให้กลายเป็น “เพื่อนร่วมทางอัจฉริยะ” ที่เข้าใจและตอบสนองผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ด้วยห้องโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI รุ่นใหม่ของ Bosch ทำให้รถยนต์ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือเดินทางอีกต่อไป แต่เป็นระบบอัจฉริยะที่เรียนรู้พฤติกรรม กิจวัตร และความชอบของผู้ขับขี่ได้ด้วยตนเอง
ด้วยฟีเจอร์หลักประกอบด้วยผู้ช่วยเสียง AI ที่สามารถคาดการณ์ความต้องการ การรับรู้บริบทภายในรถอย่างรอบด้าน ระบบนำทางที่แม่นยำ และความบันเทิงที่ปรับตามผู้ใช้ เช่น เพียงผู้ขับพูดว่า “ฉันรู้สึกหนาว” ระบบจะประสานการทำงานหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งการเปิดระบบทำความร้อนเบาะนั่งและปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารโดยอัตโนมัติ

Bosch มองเห็นศักยภาพของตลาดห้องโดยสาร AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยอ้างอิงการคาดการณ์จากสถาบันวิจัยตลาดอย่าง Grand View Research และ MarketsandMarkets ซึ่งประเมินว่าตลาดระบบสาระบันเทิงในรถยนต์ (IVI) ที่ใช้ AI จะมีมูลค่าสูงถึงราว 17 พันล้านยูโรภายในปี 2030
Bosch ตั้งเป้าสร้างรายได้จากโซลูชัน IVI มากกว่า 2 พันล้านยูโรภายในสิ้นทศวรรษ และมุ่งขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำ 3 อันดับแรกของตลาดนี้
หนึ่งในแอปพลิเคชันสำคัญของ AI คือ การเปลี่ยนเวลาที่สูญเสียไปบนท้องถนนให้กลายเป็นเวลาทำงานที่มีประสิทธิภาพ Bosch จับมือกับ Microsoft พัฒนารถยนต์ให้เป็นสำนักงานเคลื่อนที่ โดยยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
ด้วยการผสาน Microsoft Foundry และ Microsoft 365 ผู้ขับขี่สามารถใช้งานเครื่องมือทำงานต่างๆ ได้อย่างราบรื่นผ่านคำสั่งเสียง เช่น การเข้าร่วมประชุม Microsoft Teams ซึ่งระบบจะทำงานร่วมกับฟังก์ชันความปลอดภัยของรถ เช่น การเปิดใช้งานระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ เพื่อลดภาระและการเสียสมาธิระหว่างขับขี่
แพลตฟอร์ม AI extension platform ของ Bosch ถูกออกแบบมาให้สามารถติดตั้งเพิ่มเติมในรถยนต์รุ่นปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนฮาร์ดแวร์หรือสถาปัตยกรรมระบบเดิม หัวใจสำคัญคือชิป NVIDIA DRIVE AGX Orin ที่ให้พลังประมวลผลเพิ่มขึ้นราว 150–200 TOPS รองรับงาน AI ขั้นสูงในห้องโดยสาร
แพลตฟอร์มนี้พัฒนาบน NVIDIA CUDA ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถนำโมเดลและเอเจนต์ AI ของตนเองมาผสานได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมรองรับระบบระบายความร้อนทั้งแบบอากาศและของเหลว
Bosch ยังใช้ซอฟต์แวร์จาก NVIDIA อย่าง NeMo framework และโมเดล Nemotron เพื่อเสริมความสามารถด้านการเข้าใจบริบท การให้เหตุผลหลายขั้นตอน และการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกัน Microsoft Foundry จะทำหน้าที่ออกแบบและจัดการ AI ในรถยนต์ เพื่อให้ผู้ช่วย AI ภายในห้องโดยสารมีความทันสมัยและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ทั้งหมดนี้คือ นวัตกรรมใหม่ที่ Bosch เตรียมโชว์ในงาน CES 2026 ณ เมืองลาสเวกัส
ที่มา bosch-presse





