
ตำรวจสอบสวนกลางแถลงจับกุม ‘Tokyogurl’ อดีตนักกีฬา RoV ทีมชาติไทยและพวก หลังทุจริตการแข่งขันซีเกมส์โดยแชร์รหัสให้คนนอกเล่นแทน จนถูกตัดสิทธิ์ยกทีม พร้อมดำเนินคดีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
วันนี้ (13 ก.พ. 2569) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม แถลงผลการจับกุม น.ส.ณภัทร หรือ ‘Tokyogurl’ อายุ 29 ปี และนายไชยโย อายุ 23 ปี ในความผิดข้อหา ‘ร่วมกันล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ แล้วนำไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน’ สืบเนื่องจากกรณีที่ทุจริตการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) ในเกม RoV ประเภททีมหญิง เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในรอบตัดเชือกระหว่างทีมชาติไทยและเวียดนาม เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) ตรวจพบความผิดปกติ และแจ้งความดำเนินคดี จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ณภัทร ซึ่งได้รับบัญชีผู้ใช้สำหรับการแข่งขันชื่อ ‘THA_NAPHA’ ได้ส่งรหัสผ่านให้นายไชยโย เพื่อเตรียมการให้ล็อกอินเล่นแทน โดยในวันแข่งขัน น.ส.ณภัทร ได้สลับไปใช้โทรศัพท์อีกเครื่อง ที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน Discord เพื่อแชร์หน้าจอและให้นายไชยโยรอสวมรอยเข้าแข่งขันแทน
อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวเกิดขัดข้อง เมื่อไม่สามารถส่งเลขห้องแข่งขันได้ทันเวลา ทำให้ น.ส.ณภัทร จำเป็นต้องลงแข่งขันด้วยตัวเอง แต่กรรมการสนาม สังเกตเห็นพิรุธจากการสลับหน้าจอโทรศัพท์ จึงเข้าตรวจสอบและพบหน้าต่างแชต Discord ที่มีการติดต่อกับนายไชยโย ซึ่งถือเป็นหลักฐานการทุจริตที่ชัดเจน ส่งผลให้ทีมชาติไทยถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน และต้องถอนตัวทันที สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของวงการอีสปอร์ตไทยอย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและนครพนม สามารถยึดของกลางเป็นโทรศัพท์ที่ใช้ก่อเหตุ ข้อมูลไอพีแอดเดรส และบันทึกการสนทนา โดยผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนได้นำตัวส่งฟ้องศาลแขวงปทุมวันไปแล้วเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ทางด้านตำรวจสอบสวนกลาง ได้ฝากเตือนไปยังนักกีฬาและเยาวชนว่า การแอบใช้อุปกรณ์อื่นเข้าถึงระบบเซิร์ฟเวอร์การแข่งขันที่มีการป้องกัน ไม่ได้เป็นเพียงการผิดกติกาการกีฬา แต่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษทางอาญาทั้งจำคุกและปรับ อีกทั้งการได้รับเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติถือเป็นเกียรติยศสูงสุด จึงไม่ควรนำชื่อเสียงของประเทศมาเสี่ยงกับการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบเช่นนี้





