
นักประดิษฐ์ชาวจีนที่ใช้ชื่อว่า 小宁子 หรือ XNZ สร้างความฮือฮา ด้วยการโมเครื่องเล่นเกมที่จับเอา PlayStation 5, Xbox Series X และ Nintendo Switch 2 มารวมไว้ในตัวเดียว

ที่มาของโครงการนี้เกิดจากความต้องการเล่นเกมจากหลายแพลตฟอร์มได้บนอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว โดยไม่ต้องเปิด–ปิดหรือสลับใช้งานหลายเครื่อง จนกลายเป็นเครื่อง “Ningtendo PXBOX 5” ที่ผสานงานศิลป์กับกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว
XNZ เลือกใช้ดีไซน์ของ Mac Pro ทรงกระบอกของ Apple เป็นแรงบันดาลใจ เนื่องจากโครงสร้างแบบสามเหลี่ยมภายในเหมาะกับการจัดวางฮาร์ดแวร์ทั้งสามระบบเข้าด้วยกัน เธอถอดเครื่องเล่นเกมทุกเครื่องออกจนเหลือเฉพาะชิ้นส่วนหลัก โดยเก็บเมนบอร์ดไว้ตามเดิม ส่วนระบบระบายความร้อนและแหล่งจ่ายไฟถูกออกแบบใหม่ให้ใช้งานร่วมกันได้
แนวคิดหลักคือ การติดตั้งแผงวงจร(PCB) ของทั้งสามเครื่องเอาไว้คนละด้านของโครงสร้างสามเหลี่ยม และใช้พัดลมเพียงตัวเดียวด้านล่างเพื่อระบายความร้อนขึ้นด้านบน คล้ายกับการระบายความร้อนของ Xbox Series X
ก่อนหน้านี้ XNZ ทดลองออกแบบฮีทซิงค์รูปสามเหลี่ยมด้วยการพิมพ์ 3 มิติ แต่พบว่าหากต้องผลิตด้วยเครื่อง CNC จะมีต้นทุนสูงเกินไป

จุดเปลี่ยนสำคัญของโปรเจกต์นี้คือการนำ “การหล่อแบบขี้ผึ้ง” ซึ่งนำทคนิคการหล่อโลหะโบราณของจีนมาใช้ วิธีนี้ช่วยให้สร้างชิ้นส่วนโลหะที่มีรูปทรงซับซ้อนได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง กระบวนการเริ่มจากการสร้างต้นแบบด้วยวัสดุที่สามารถเผาไหม้หรือหลอมละลายได้ เช่น พลาสติก PLA จากนั้นเคลือบด้วยวัสดุทนความร้อน เมื่อให้ความร้อน วัสดุด้านในจะหายไป เหลือเป็นโพรงสำหรับเทโลหะหลอมเหลวลงไป เมื่อโลหะแข็งตัวก็จะได้ชิ้นงานตามต้องการ
ฮีทซิงค์ที่ได้ยังต้องผ่านการขัดแต่งและถอดชิ้นส่วนที่ใช้เทโลหะออก แม้พื้นผิวจะไม่ได้ดูเนี้ยบมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ได้สัมผัสกับเมนบอร์ดโดยตรง XNZ ใช้แผ่นทองแดงเป็นตัวกลางในการถ่ายเทความร้อน โดยยึดแผ่นทองแดงสองแผ่นเข้ากับบล็อกระบายความร้อนด้วยสกรู
ขั้นตอนต่อมาคือการติดตั้งเมนบอร์ดของ PS5 และ Xbox Series X เข้ากับระบบระบายความร้อนใหม่ นอกจากนั้นยังเปลี่ยนสารนำความร้อนแบบโลหะเหลวของ PS5 เป็นสารนำความร้อนทั่วไป และพบว่าอุณหภูมิสูงสุดระหว่างทดสอบอยู่ที่ประมาณ 60 องศาเซลเซียส ส่วนด้านที่สามของบล็อกระบายความร้อนถูกจัดไว้สำหรับ Switch 2 ซึ่งไม่ต้องการระบบระบายความร้อนหนัก เนื่องจากเป็นอุปกรณ์พกพาอยู่แล้ว
สำหรับ Switch 2 มีการแยกเมนบอร์ดออกมาใส่ในเคสที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบบางพิเศษ พร้อมกลไกสปริงสำหรับการถอด–เชื่อมต่อเข้ากับแท่นวาง และมีพอร์ต USB-C สำหรับการใช้งานโหมด Dock
ส่วนเรื่องพลังงาน XNZ ตรวจวัดพบว่า PS5 และ Xbox ใช้ไฟขณะว่างไม่ถึง 5 วัตต์ และใช้สูงสุดราว 225 วัตต์เมื่อทำงานเต็มที่ ดังนั้น การใช้พาวเวอร์ซัพพลาย GaN ขนาด 250 วัตต์เพียงตัวเดียวก็เพียงพอสำหรับเครื่องทั้งสาม หากไม่ได้เปิดเล่นพร้อมกันหลายระบบ
เธอยังออกแบบเคสสามเหลี่ยมสำหรับพาวเวอร์ซัพพลายโดยเฉพาะ พร้อมช่องระบายอากาศ และติดตั้งพัดลม Phanteks T30 ขนาด 120 มม. เพื่อดูดอากาศจากด้านล่างขึ้นไปด้านบนผ่านชุดระบายความร้อนทั้งหมด
เมื่อทุกชิ้นส่วนถูกประกอบเข้าด้วยกัน เครื่องเล่นเกมก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ตัวเครื่องด้านหน้ามาพร้อมแถบไฟ LED แบบเปลี่ยนสี ซึ่งควบคุมด้วยบอร์ด Arduino ที่ทำหน้าที่จัดการการจ่ายไฟและแสดงสถานะของระบบ XNZ ยังเพิ่มรายละเอียดตกแต่ง เช่น ชิ้นส่วนไม้ ป้ายชื่อ “Ningtendo PXBOX 5” และปุ่มขนาดใหญ่ด้านบนสำหรับสลับการใช้งานระหว่างเครื่องเล่นเกมทั้งสาม

ในการทดสอบจริง เครื่องสามารถสลับจากการเล่นเกมบน Switch 2 ไปเปิดเกมบน PS5 ได้ภายใน 3 วินาที ส่วนข้อจำกัดสำคัญคือ ต้องปิดเกมของเครื่องเดิมก่อนสลับไปยังอีกเครื่อง ไม่อย่างนั้นแหล่งจ่ายไฟจะรับภาระเกินและตัดการทำงาน นอกจากนี้ ทั้ง PS5 และ Xbox ในเครื่องนี้ยังไม่มีไดรฟ์แผ่น ทำให้รองรับเฉพาะเกมดิจิทัลเท่านั้น
แม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ผลงานของ XNZ ก็ถือเป็นตัวอย่างของ “เครื่องเล่นเกมอเนกประสงค์” ที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผสานการออกแบบที่เหมือนมาจากสายการผลิตระดับอุตสาหกรรม มากกว่าจะเป็นงาน DIY ที่สร้างขึ้นเอง
ที่มา tomshardware





