Cyberpunk 2077: Ultimate Edition เตรียมบุก Mac เต็มรูปแบบ 17 ก.ค. นี้ ปรับการตั้งค่าตามชิป Apple Silicon ที่ใช้ได้ด้วย

THE SUMMARY:

CD PROJEKT RED ประกาศเตรียมวางจำหน่าย Cyberpunk 2077: Ultimate Edition สำหรับเครื่อง Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ โดยจะรวมเกมภาคหลัก และ DLC Phantom Liberty พร้อมการปรับแต่งประสิทธิภาพมาเพื่อชาว Mac โดยเฉพาะด้วย

โดย Cyberpunk 2077: Ultimate Edition ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นบนแพลตฟอร์ม Mac จะได้เข้าไปสัมผัส Night City ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยในชุดนี้ จะประกอบด้วยเนื้อหาเกมภาคหลัก และ DLC เนื้อเรื่องรองอย่าง Phantom Liberty ในเกมเดียวเลย (เหมือนเป็น Definitive Edition) โดยตัวเกมเวอร์ชันนี้ จะใส่อัปเดตสำคัญทั้งหมดที่เคยมีมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงแพตช์ล่าสุดเวอร์ชัน 2.3 ที่มีการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ ใน Photo Mode และรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในเกม

กราฟิกที่ปรับมาเพื่อ Mac และ Presets ‘For this Mac’

นอกจากนั้น ตัวเกมเวอร์ชัน Mac ที่เปิดตัวนี้ ได้มีการปรับแต่งให้เข้ากับชิป Apple Silicon และเทคโนโลยีกราฟิก Metal ด้วย โดยสามารถเลือก Presets ‘For this Mac’ ที่จะปรับการตั้งค่ากราฟิกของเกมให้เหมาะกับ เครื่อง Mac ทุกเครื่อง ที่ใช้ชิป Apple Silicon แต่ละรุ่นโดยเฉพาะ ตั้งแต่ชิป M1 ไปจนถึงชิป M3 และ M4 รุ่นล่าสุด ทั้ง iMac, MacBook Air, Mac mini, MacBook Pro หรือ Mac Studio เลย

สำหรับสเปกที่แนะนำในการเล่น Cyberpunk 2077: Ultimate Edition คือเครื่อง Mac ที่ใช้ชิป Apple Silicon ซึ่งมีหน่วยความจำรวม (Unified Memory) ขนาด 16GB ขึ้นไป และทำงานบนระบบปฏิบัติการ macOS 15.5 หรือใหม่กว่า ตัวเกมจะวางจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัลหลากหลายแพลตฟอร์ม ได้แก่ Mac App Store, GOG.com, Steam และ Epic Games Store นอกจากนั้น ใครที่เคยซื้อเกมภาคหลักบน GOG.com, Steam หรือ Epic Games Store ไปแล้ว จะสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชัน Mac มาเล่นผ่านแพลตฟอร์มเหล่านั้นได้ด้วย

ฟีเจอร์เกมที่เตรียมรับกับ Mac มากขึ้น

เกม Cyberpunk 2077: Ultimate Edition เวอร์ชัน Mac ยังให้ฟีเจอร์ที่ปรับแต่งมาพิเศษหลายอย่าง เช่น การรองรับ Spatial Audio ที่ทำงานร่วมกับ Head Tracking ของ AirPods โดยอัตโนมัติ และการรองรับ HDR ที่ปรับเทียบแบบไดนามิกกับจอภาพ Apple XDR , รองรับการใช้จอยควบคุม, Magic Mouse, Trackpad และระบบ Cross-Progression ที่ให้ผู้เล่นสามารถเล่นต่อจากที่ค้างไว้ได้ในทุกแพลตฟอร์ม

CD PROJEKT RED กล่าวว่าตัวเกมเตรียมจะมีอัปเดตเพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่ของ Metal 4 ที่เพิ่งประกาศในงาน WWDC 2025 ซึ่งจะเพิ่มเข้ามาภายในปีนี้ด้วย อย่าง MetalFX Frame Interpolation (แทรกเฟรมภาพเพื่อให้ได้เฟรมเรตที่สูงและเสถียรยิ่งขึ้น) เพื่อให้เกมสามารถเล่นได้ที่ 120 FPS ในการตั้งค่าระดับ Ultra ได้ด้วย รวมถึงได้เตรียมเพิ่มเทคโนโลยี MetalFX Denoising ให้สามารถใช้ Real-Time Path Tracing ในการตั้งค่ากราฟิกสูงสุดได้ในอนาคตด้วย

นักเขียนตัวเล็กๆ (?) ที่โตมากับไขควงและเมนบอร์ด เพราะโดนเกณฑ์เป็นลูกมือช่างซ่อมคอม (ที่เรียกว่าพ่อ) มาตั้งแต่เด็ก ๆ โตมาเลยมาเอาดีเรื่องเทคฯแทน ชอบตามข่าวเทคฯ ใหม่ ๆ ลอง Gadget แปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน หูฟัง คอมพิวเตอร์ แล้วเอามาเล่าให้ฟังกัน

Advertisement

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...