ในที่สุด Samsung ก็เปิดตัวสมาร์ตโฟนพับหน้าจอได้รุ่นใหม่ Galaxy Z Fold7 ที่มีการปรับอัตราส่วนหน้าจอใหม่ กว้างมากขึ้น และ Galaxy Z Flip7 โดยรุ่น Flip นั้นจะมี 2 รุ่นย่อยคือ Galaxy Z Flip7 และ Galaxy Z Flip 7 FE ซึ่งเป็นรุ่นที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
โดยทั้ง 3 รุ่นคราวนี้ ได้เน้นเรื่องการนำศักยภาพของ Galaxy AI มาใช้งานบนหน้าจอพับได้อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านระบบปฏิบัติการ One UI 8 ที่ทำงานบน Android 16 (ซึ่งให้มาตั้งแต่แกะกล่องทั้ง 3 รุ่น) โดยทำงานแบบ Multimodal ทำให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับ AI ได้ทั้งการพิมพ์ การพูด และผ่านมุมมองกล้อง เช่น การใช้ Gemini Live เพื่อสอบถามข้อมูลจากสิ่งที่เห็นได้ทันทีโดยไม่ต้องสลับแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีการยกระดับความปลอดภัยด้วย Knox Enhanced Encrypted Protection (KEEP) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวในการใช้งาน AI โดยเฉพาะด้วย
สำหรับ Galaxy Z Fold7 ถูกยกเครื่องดีไซน์ให้เป็นสมาร์ตโฟนตระกูล Fold ที่บางและเบาที่สุด ด้วยน้ำหนักเพียง 215 กรัม เบายิ่งกว่า iPad Pro และเมื่อพับหน้าจอเข้ามามีความหนาพอ ๆ กับ iPhone รุ่นโปรเลย และมีความหนา 8.9 มม. เมื่อพับ การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือหน้าจอด้านนอกที่ขยายเป็น 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 21:9 ให้เท่ากับสมาร์ตโฟนแบบ Bar Type รุ่นอื่น ๆ ในปัจจุบัน ขณะที่หน้าจอด้านในขยายใหญ่ขึ้น 5% จาก 7.6 นิ้ว เป็นขนาด 8.0 นิ้ว ให้พื้นที่ทำงานและรับชมคอนเทนต์ได้อย่างเต็มตา พร้อมความสว่างสูงสุด 2,600 nits ด้วย
ในด้านประสิทธิภาพ Galaxy Z Fold7 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซต Snapdragon 8 Elite for Galaxy ที่ปรับแต่งมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI บนเครื่องโดยเฉพาะ และแรมเริ่มต้น 12GB สูงสุด 16GB ความจุภายในเครื่องเริ่มต้น 256GB สูงสุด 1TB มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างด้วย
และถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์ ที่ใช้กล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล ตัวเดียวกันกับที่ใช้ใน Galaxy S25 Ultra เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.3 นิ้ว ถ่ายภาพในกลางคืนได้ดีขึ้น เสริมด้วย ProVisual Engine ในการประมวลผลภาพ, กล้องมุมกว้าง Ultrawide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto 3 เท่า ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องในหน้าจอ ได้เปลี่ยนเป็นแบบเจาะรู เพิ่มความละเอียดจาก 4 ล้านพิกเซลเป็น 10 ล้านพิกเซล และตัวเครื่องได้มีการปรับปรุงโครงสร้างความทนทาน ไม่ว่าจะเป็นบานพับ Flex Hinge รุ่นใหม่, กรอบเครื่อง Advanced Armor Aluminum และกระจกหน้าจอ Corning® Gorilla® Glass Ceramic 2 ที่แข็งแรงขึ้น
ด้านแบตเตอรี่ ได้ให้ความจุมาที่ 4,400 mAh รองรับการชาร์จไวสูงสุด 25W PPS (เท่าเดิม) ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นได้มาตรฐาน IP48 แต่น่าเสียดายที่ Galaxy Z Fold7 ไม่รองรับการใช้งาน S Pen แล้ว เนื่องจาก Samsung นำชั้นหน้าจอ Digitizer สำหรับรับข้อมูลผ่าน S Pen ออกเพื่อให้หน้าจอบาง ซึ่งเป็นสิ่งที่แลกเปลี่ยนไปเพื่อให้เครื่องบางลงกว่าเดิม ตัวเครื่องมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Silver Shadow, Blue Shadow, Jetblack และมีสี Mint เป็นสีพิเศษที่วางจำหน่ายช่องทางออนไลน์เท่านั้น
ด้าน Galaxy Z Flip7 ยังคงเน้นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และพกพาสะดวก โดยมาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่หน้าจอด้านนอก FlexWindow ซึ่งขยายเต็มพื้นที่เป็น 4.1 นิ้ว จาก 3.4 นิ้ว Super AMOLED พร้อมรีเฟรชเรต 120Hz ทำให้การตอบข้อความด่วน, ถ่ายเซลฟี หรือใช้งานวิดเจ็ตต่าง ๆ ทำได้สะดวกโดยไม่ต้องกางเครื่อง ส่วนหน้าจอหลักด้านในที่ใหญ่ขึ้น และอัตราส่วนภาพดีขึ้น ขนาด 6.9 นิ้ว Dynamic AMOLED 2x 120Hz 2,600 nits ตัวเครื่องได้ถูกออกแบบให้เป็นรุ่นที่บางที่สุดในตระกูล Flip แต่มีความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเป็น 4,300 mAh
ด้วยความที่หน้าจอด้านนอกใหญ่ขึ้น ทำให้การถ่ายรูปที่หน้าจอด้านนอก เห็นรายละเอียดได้ชัดเต็มตามากขึ้น เรียกว่า Full Preview โดยกล้องหลักมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และกล้อง Ultrawide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
Galaxy Z Flip7 นั้นขับเคลื่อนด้วยชิป Samsung Exynos 2500 โดยมีความจุให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 12/256GB และ 12/512GB และยังได้เพิ่มแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นจาก 4,000 mAh เป็น 4,300 mAh ซึ่ง Samsung บอกว่ารองรับการใช้งานที่นานขึ้น 3 ชั่วโมง โดยยังกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP48 ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนฝาพับแบบ Clamshell หรือ flip เพียงรุ่นเดียวในตลาด ณ เวลานี้ที่มีมาตรฐานกันฝุ่น
นอกจากนั้น ตัวเครื่องยังน้ำหนักเท่าเดิม แม้ว่าจะมีความจุแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นมาก็ตาม อยู่ที่ 187 กรัม รวมถึงยังเป็นครั้งแรกที่ Galaxy Z Flip รองรับการใช้งาน Samsung DeX ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับหน้าจอเพื่อทำงานในรูปแบบเดสก์ท็อปได้แบบ Galaxy Z Fold และ Galaxy S เลย และมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Blue Shadow, Jetblack และ Coral Red พร้อมกับสี Online Exclusive เป็นสี Mint เช่นกัน
สำหรับ Galaxy Z Flip7 FE นั้น เป็นสมาร์ตโฟนหน้าจอพับที่มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาประหยัด โดยได้ใช้ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Z Flip รุ่นก่อนหน้ามาเป็นพื้นฐานของดีไซน์ หน้าจอด้านนอกมีขนาด 3.4 นิ้ว sAMOLED หน้าจอด้านในมีขนาด 6.7 นิ้ว DYNAMIC AMOLED 2X ขับเคลื่อนด้วยชิป Exynos 2400 ความจุภายในเครื่องมี 2 ขนาด ได้แก่ 8/128GB และ 8/256GB แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,000 mAh รวมถึงกล้อง FlexCam ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ที่รองรับการถ่ายภาพและวิดีโอแบบแฮนด์ฟรีในโหมด Flex และมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำและสีขาว ในดีไซน์มินิมอลที่ยังคงความพรีเมียมของอุปกรณ์จอพับไว้
Samsung Galaxy Z Fold7, Galaxy Z Flip7 และ Galaxy Z Flip7 FE บ้านเรามีขายหลายความจุเลย แบ่งได้ตามนี้เลย
สำหรับผู้ที่สั่งจองสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่วงหน้า ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2568 Samsung ได้มีโปรโมชันเพิ่มเติมให้ โดยใครที่ซื้อ Galaxy Z Fold7, Galaxy Z Flip7 หรือ Galaxy Z Flip7 FE จะได้รับสิทธิ์เข้าใช้งาน Google AI Pro พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ขนาด 2TB ฟรีเป็นระยะเวลา 6 เดือน และบริการหลังการขาย Samsung Care+ เพื่อความอุ่นใจ ซึ่งครอบคลุมความเสียหาย การซ่อมแซม และการเปลี่ยนอุปกรณ์ เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยรวมการคุ้มครองจอแล้ว (ไม่รวมอุบัติเหตุ) และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากโปรแกรม Galaxy Club ที่จัดขึ้นสำหรับลูกค้าซัมซุงโดยเฉพาะ